นาทีสลด! ชายพยายามดันรถที่โดนพายุ”ฮาโตะ”ซัด สุดท้ายรถทับตายอนาถ(คลิป)

เพจChina Xinhua News  รายงานว่า หลังจากที่ พายุไต้ฝุ่น “ฮาโตะ” ได้พัดโจมตีมณฑลกว่างตงของจีน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็มีคลิปความรุนแรงของพายุออกมาให้เห็นในโลกออนไลน์ไม่น้อย ตอนนี้ก็มีอีกหนึ่งคลิปที่นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้ามาก โดยเป็นวีดีโอขณะชายคนหนึ่งในอำเภอถ่านโจวของเมืองจงซาน กำลังพยายามดันรถของตนไว้ไม่ให้ล้ม ท่ามกลางพายุที่พัดโหม แต่สุดท้ายเขาก็ต้านแรงลมไม่ไหว ถูกรถของตนเองล้มทับจนถึงแก่ชีวิตทันที

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ก็มีชาวเน็ตร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก หลายคนกล่าวว่าตนเข้าใจความรู้สึกของผู้ตายในนาทีนั้น เพราะรถคันนั้นอาจเป็นช่องทางทำมาหากินเดียวของเขาที่ต้องพยายามรักษาไว้ให้ถึงที่สุด บ้างก็กล่าวว่าน่าสงสารจริงๆ รถล้มแล้วยังทำให้ลุกขึ้นมาใหม่ได้ แต่คนถ้าตายแล้วทำยังไงก็ฟื้นคืนมาไม่ได้ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนมีสติและนึกถึงความปลอดภัยไว้เสมอ

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เพื่อนวอนช่วยหาตัว แท็กซี่ชนสาวดับ พบหลังเกิดเหตุโกยบัตรแล้วหนีแน่บ

โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากเพจ แหม่มโพธิ์ดำ โดยพบว่ามีผู้ส่งเรื่องราวร้องเรียนว่า เพื่อนโดนแท็กซี่ชนดับ แต่คนขับเก็บบัตรประจำตัวแล้วหนีไปยังหาตัวไม่พบ

โดยระบุว่า “เหตุการณ์เกิดเมื่อเมื่อวันที่ 1 สค. 2560 เวลาตอนประมาณตีหนึ่งกว่า ๆ เพื่อนซ้อนมอเตอร์ไซค์แฟน ขับรถความเร็ว 40-60 เลนซ้าย มีรถแท็กซี่พุ่งมาเร็วมากและตรวจพบว่าไม่มีการเหยียบเบรก ชนมอไซค์ข้างหลัง เพื่อนหนูที่ซ้อนถูกรถประทะอย่างแรงร่างกระแทกกระจกหน้าแตกหมดเลย แล้วกระเด้งไปบนถนน หัวกระแทกเสียชีวิตทันที คนขับหยิบบัตรประจำตัวแทกซี่สีเหลืองแล้วหนีไปแต่ตัว ทิ้งรถไว้ ทะเบียน ทษ3341 สีเหลืองค่ะ

แจ้งความไปแล้วเรื่องไม่คืบหน้า โทรไป 1584 เขาบอกระบบล่ม บอกจะติดต่อกลับมาก็ไม่ติดกลับมาอีกเลย ถ้าทราบทะเบียนรถก็อาจจะรู้คนขับได้ อยากให้คนผิดถูกดำเนินคดีตามกฎหมายค่ะ เพราะว่าถ้าทราบทะเบียนรถก็น่าจะติดตามได้แล้ว เพื่อนหนูคนนี้อายุ 21 ปี ชีวิตยังดำเนินไปได้อีกไกล ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เวลาตี 2.20 เป็นเวลาที่เพื่อนถูกรถชน ที่ ถ.กัลปพฤกษ์ ตรงข้ามห้างเมโทรปาร์คค่ะ พี่ช่วยหนูจับคนร้ายให้เพื่อนหนูด้วย”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ชาวเน็ตให้กำลังใจ สาวสู้ชีวิตโดนชาวบ้านดูถูก กัดฟันสู้จบเรียนจบ ลบคำนินทา

เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊ก ภัทราวรรณ ไชยเดช ได้โพสต์ภาพในชุดครุยมีฉากหลักเป็นบ้านหลังหนึ่งดูโทรมๆ โดยเขียนข้อความว่า” เด็กบ้านนอก เกิดในครอบครัวฐานะยากจน มีบ้านผุๆ พังๆ อดมื้อกินมื้อ บางวันกินข้าวกับเกลือกับน้ำปลา ชาวบ้านดูถูก นินทาว่าจะเรียนไม่จบ บ้านก็หลังน้อย รถยนต์ก็ไม่มี ไร่นา ที่ดิน ก็ไม่มี วันนี้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วนะ รู้ยังจ๊ะชาวบ้านจ้า ถึงจะไม่ได้เป็นครู(ก็ไม่อยากเป็น)แต่จะหาเงินมาสร้างบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับแม่อยู่ คอยดูนะชาวบ้าน” โดยภาพดังกล่าวได้รับการแชร์กว่าหมื่นครั้ง พร้อมให้กำลังใจ ว่า คำดูถูกจะเป็นแรงผลักดันให้ทำในสิ่งที่ดีกว่าได้ในที่สุด

โดยบัณฑิตรายดังกล่าว จบการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ ม.นเรศวร น.ส.ภัทราวรรณ เปิดเผยว่า บ้านตนมีฐานะยากจน โดยกำพร้าพ่อตั้งแต่อายุ 8 เดือน แม่ต้องออกทำงานรับจ้างสารพัด โดยต่อมาแต่งงานใหม่ มีพ่อเลี้ยง ก็ช่วยกันทำงานหารายได้  ซึ่งชาวบ้านมักจะบอกแม่ว่า ไม่ต้องส่งตนเรียน เพราะฐานะก็ยากจนจะเรียนไปทำไม หัวสูงเรียนมหาวิทยาลัยค่าเทอมแพง จะเรียนไปทำไม แต่แม่บอกเสมอว่า อย่าไปสนคำเหล่านั้น วันหนึ่งถ้าเรียนจบ คนพวกนี้ก็เหนื่อยหยุดพูดไปเอง ซึ่งตนช่วยแม่ทำงานหาเงินอดออมมาตั้งแต่เด็กรู้ดีว่าเงินหายาก

คุณตา

คุณยาย


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เปิดภาพล่าสุด “น้องก้อง เสียใจแต่ไม่แคร์” โตเป็นสาวแล้วสวยขนาดนี้!?

หลายคนยังคงจำกันได้ สำหรับ “น้องก้อง เสียใจแต่ไม่แคร์” เน็ตไอดอลที่เคยโด่งดังจากการร้องเพลง “เสียใจแต่ไม่แคร์” ของหวาย กามิกาเซ่ ประกอบท่าทางจนเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์เมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ “น้องก้อง” เปลี่ยนไปเยอะ “ข่าวสดออนไลน์” รวบรวมภาพของน้องก้อง เวอร์ชันล่าสุด มาฝากกัน

ขอบคุณที่มา Patipon Pantawee

เปิดภาพพิธีวิวาห์สุดฮือฮา เศรษฐีพันล้านกับดาราสาว หลังคบกัน7วัน ท่องเที่ยวชื่นมื่น (คลิป)

หลังจากที่เว็บไซต์ เน็กซ์ชาร์ก ของอินโดนีเซียนำเสนอเรื่องราวของ ปาโบล ปูเตรา เบนัว หนุ่มนักธุรกิจพันล้าน ขอแต่งงานกับ เรย์ อูตามี พิธีกรรายการทีวีและนักแสดงตลกชื่อดัง หลังเจอกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ “ทินเดอร์” แล้วศึกษาดูใจกันแค่ 7 วันreyyyyโดยทั้งคู่ออกเดตกันครั้งแรกด้วยบรรยากาศโรแมนติก จนเจอกันวันที่ 2 นายปาโบลพาแฟนสาวไปซื้อรถฮอนด้า HRV ราคาเกือบ 1 ล้านบาท วันต่อมา เศรษฐีหนุ่มก็ให้ของขวัญสุดแพงเป็นนาฬิกาข้อมือหรูราคา 10 ล้านบาท%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a71-horzและวันที่ 4 นายปาโบลเซอร์ไพรส์แฟนสาวโดยขอแต่งงาน และวันรุ่งขึ้นก็ไปสู่ขอพ่อแม่ฝ่ายหญิง ก่อนมาเตรียมงานแต่งงานในวันที่ 6 และจัดงานแต่งงานแบบส่วนตัวในวันที่ 7 โดยมีแขกร่วมงานเพียง 40 คน%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81-horzเรื่องราวนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยมีข่าวลือว่า พิธีกรสาวจับคู่แต่งงานง่ายๆ เพราะต้องการจับผู้ชายรวยและเอาใจโดยซื้อของแพงๆ ให้ แต่เจ้าตัวตอบโต้กลับทันทีว่า ปาโบลพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า รักตนมากแค่ไหน จึงไม่ลังเลที่จะแต่งงานกับเขา%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8cล่าสุดมีการแชร์ภาพ “ปาโบล-เรย์” ช่วงที่ท่องเที่ยวกันชื่นมื่นก่อนที่จะเข้าวิวาห์กัน หลังจากที่คบหากันเพียง 7 วัน%e0%b8%b0%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b8%b1%e0%b8%9e

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อน! รถนำขบวนเบนซ์”รองนายกฯ” บีบแตร-ชี้หน้า-ตะโกนต่อว่า เปิดทางฝ่ารถติด

ในโลกออนไลน์ มีการแชร์ภาพและข้อความของผู้เฟชบุ๊กคนหนึ่ง โดยมีข้อความและรูปภาพ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ช่วงเวลา 16.57 น.ที่ผ่านมา เป็นภาพของขบวนรถของบุคคลท่านหนึ่ง ช่วงทางลงทางด่วนแจ้งวัฒนะ โดยมีข้อความระบุว่า “เรียกไปปรับทัศนคติด่วน!!! วันนี้บนทางด่วนลงแจ้งวัฒนะ เจอขบวนนำรถ Benz S class สีดำ ทะเบียน 3กญ 585 ทีมนำ มอเตอร์ไซค์ 4 คัน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ใช้วาจาและมารยาทไม่เหมาะสม! ฝนตก รถติดเป็นกิโล ทั้งบีบแตร ชี้หน้า ต่อว่า ประชาชน ตลอดทาง  พี่คะ… ใครๆ เค้าก็อยากให้พี่ไปนะ แต่มันติดทั้งถนน ช่วยเปิดตาดูด้วย ทุกคนเค้าพยายามให้พี่ไปก่อน ทั้งๆ ที่เค้าก็มีกิจธุระรีบกันทุกคน อยากไปเร็วออกตี 3 เลยค่ะ ขอให้นึกถึงประชาชนบ้าง หรือไปปรับทัศนคติก่อนแล้วค่อยมาปฏิบัติงานนะ”

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กดังกล่าวกว่าได้ตั้งค่าสาธารณะไว้ ทำให้มีผู้แชร์ข้อความและรูปภาพดังกล่าวจำนวนมาก และมีการเข้ามาแสดงความคิด อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบหมวดทะเบียนรถขบวนดังกล่าวทราบว่า ขบวนรถดังกล่าวเป็นขบวนของ “รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง”

ที่มา>>>ข่าวสด

ลุงพิการตาบอดยอดกตัญญู ทำข้าวหลามขายหาเงินเลี้ยงแม่ พิกัดวัดเขาตะเคราเพชรบุรี!

วันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของคุณลุงพิการตาบอดใจสู้ ทำข้าวหลามขายหาเงินเลี้ยงแม่ แม้ตามองไม่เห็นแต่ใช้ความพยายามทำข้าวหลามแล้วนำมาขายด้วยตัวเอง ที่วัดเขาตะเครา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งถ่ายรูปแล้วนำเรื่องราวความกตัญญูดังกล่าวมาแชร์ ระบุว่า

   ตาบอดยอดกตัญญู ลุงยอม หอมหวล ถ้าเดินทางมาที่ #วัดเขาตะเครา จังหวัดเพชรบุรี ช่วยกันอุดหนุนได้ทุกวัน ลุงเขาขายที่ใต้ต้นไม้บริเวณวัด จากการพูดคุยได้ความว่า ลุงเขาโดนวัวเตะตั้งแต่เด็กบริเวณหน้าผากทำให้ตาบอด ลุงเขาทำข้าวหลามเอง แล้วจ้างคนแถวบ้านปั่นจักรยานมาส่งที่วัดทุกวัน ลุงบอกอีกว่า #ถ้าลุงไม่ทำแบบนี้แม่จะกินอะไร แม่ผมแก่แล้ว #ฝากโพสต์ฝากแชร์ด้วยนะคะ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กจำนวนมากยังเข้ามาแสดงความคิดเห็น ส่วนมากแสดงความชื่นชมวิถีการสู้ชีวิตของคุณลุงที่ไม่ยอมย่อท้อแม้ร่างกายพิการ ขณะที่หลายคนที่เคยลองชิมข้าวหลามฝีมือของคุณลุงแล้ว ต่างบอกว่ามีรสชาติดีและราคาไม่แพง

ที่มา>>>ข่าวสด

นางพยาบาลอุดรฯบุกรักษาคนป่วยถึงเถียงนา หลังแม่ใช้กระดาษลังเขียนจดหมายวอนรักษาลูก!

วันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวสุดประทับใจ ที่แสดงให้เห็นความรักของแม่ที่มีต่อลูกและการทุ่มเททำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พยาบาล โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพเหตุการณ์ที่เกิดที่ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ระบุว่า หญิงคนหนึ่งเป็นห่วงลูกชายที่ไม่สบายและไม่ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาล จึงเขียนจดหมายโดยใช้เศษกระดาษลังสีน้ำตาลแทนกระดาษจดหมาย ส่งไปที่โรงพยาบาลไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เนื้อหาว่า “แม่ไพวัลล์ พิมโสภา แม่ของคมกริช พิมโสภา มันไม่มา ให้หมอไปเอง เรียนเชิญด้วย” เมื่อได้รับทราบข้อความในกระดาษลัง เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไชยวานจึงเดินทางไปหาผู้ป่วยถึงที่ โดยสถานที่ที่ผู้ป่วยอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในทุ่งนา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเดินลัดผ่าและคันนาจนถึงกระท่อมที่ผู้ป่วยนอนอยู่และทำการรักษาในที่สุด ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่เป็นผู้เผยแพร่เรื่องนี้ระบุว่า “ขออนุญาตินะคะ..ขอแชร์..บุคคลากรที่ดีของอุดรค่ะ. ไม่ทิ้งคนที่เจ็บป่วยถึงจะลำบากก็ไม่รังเกียจ…โรงพยาบาลไชยวาน..อุดรธานี…ชื่นชมค่ะ” ด้านชาวเน็ตพากันยกย่องบุคลากรของโรงพยาบาลไชยวาน ที่ตั้งใจทำงานโดยไม่เลือกปฏิบัติ และเห็นทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดใจ”ผึ้ง”สาวสุรินทร์ กับ”สติ๊ก”สามีชาวฝรั่งเศส ถึงชีวิตแบบบ้านๆและความรักที่หวานชื่น

สาวอีสาน พูดจาจริงใจ หัวเราะคำโตๆ อย่าง สุภาวดี ไลลานี บูเตอเลอซ์ หรือ ผึ้ง สาวสุรินทร์ อายุ 30 ปี กับแฟนหนุ่ม ดิมิทรี ปาสกาล เจอราส์ อองรี บูเตอ เลอซ์ หรือ สติ๊ก อายุ 24 ปี สามีชาวฝรั่งเศส กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีการแชร์เรื่องราวของเขาที่เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันผ่าน เฟซบุ๊ก ชื่อ “Jessica Difford” ที่ติดดิน บ้านๆ และซื่อๆ ตามวิถีชีวิตคนอีสาน มีโอกาสนั่งคุยกับ คุณผึ้ง ถึงเรื่องราวความรัก และรูปภาพที่เล่าเรื่องผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งทำให้สาวๆบางส่วนแอบอิจฉา เธอไม่น้อยที่มีแฟนหนุ่มรูปงามอยู่เคียงข้าง คุณผึ้ง เริ่มเล่าว่า ตนเกิดที่ จ.สุรินทร์ แต่ไปทำงานอยู่ที่จ.ภูเก็ต เป็นผู้จัดการฝ่ายขายเกี่ยวกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสติ๊กเป็นเว็บมาสเตอร์ เขียนบทความให้เว็บไซต์ แต่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ทำได้ทั่วโลก รู้จักกับสติ๊ก เพราะเขาเป็นเพื่อนของเพื่อนตอนนั้นเขามีปัญหาเรื่องหัวใจ จึงทักแชทเฟชบุ๊กเรามา นั้นคือจุดเริ่มต้น เลยได้คุยกัน จากจุดเริ่มต้นตรงนั้น เมื่อได้คุยกันตลอดทำให้มีความรู้สึกดีต่อกัน เหมือนสปาร์กกัน ทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆตามมามากมาย และเกิดเป็นความรักขึ้นมา ถึงตอนนี้เรารู้จักกันมา 1 ปี และได้หมั้นกันไว้แล้ว โดยมีแผนจะแต่งงานในปีหน้า ซึ่งจะจัดงานแต่ง 3 ที่ คือที่ประเทศฝรั่งเศส, จ.สุรินทร์ และ ที่จ.ภูเก็ต ความรักของคุณผึ้ง กับสติ๊ก หนุ่มรูปหล่อฝรั่งเศส นั้นเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เมื่อคุณผึ้ง ทำอัลบั้มขอบคุณสติ๊ก ผ่านทางเฟซบุ๊ก และมีสื่อออนไลน์นำไปลง จนทำให้มีผู้เข้ามาติดตามในเฟซบุ๊กมากขึ้น คุณผึ้ง เล่าว่า วิธีมัดใจสติ๊กนั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แค่เป็นตัวของตัวเอง ที่เป็นคนไม่เครียด คนที่ติดตามจะรู้ว่าเราเป็นคนเฮฮาตลอด เป็นคนมีเหตุผล จะโกรธอะไรต้องมีเหตุผล แต่ที่อยู่กับสติ๊กมาไม่เคยโกรธกันเลย อยู่ด้วยความเข้าใจ และสุดท้ายคือเป็นคนทำอาหารเก่ง  และแม้วิถีชีวิตจะแตกต่างกัน และเป็นคนละชาติ วิธีที่ทำให้เข้าใจกันและปรับเข้าหากันได้ คือเราจะสอนสติ๊กว่าสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำ สิ่งที่เราเคารพจริงๆก็จะให้เขาเข้าใจเรา ด้วยการพยายามอธิบายให้เข้าใจ ส่วนด้านตัวเรา เราเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเขาจะให้เปลี่ยนไปเป็นอีกคน เราก็คงทำไม่ได้ นี่คือตัวตนของเรา แต่จริงๆเขาก็ไม่มีอะไรให้เราต้องเปลี่ยน แม้จะดูหวานชื่น แต่ทุกความรักมักมีอุปสรรคมาให้พิสูจน์รักแท้เสมอ ซึ่งแม้ไม่ได้เกิดจากตัวของทั้งคู่ แต่คำนินทาดูถูกว่าจะคบกันได้นานหรอ รักกันจริงหรอ ก็เข้ามากระทบจิตใจ และกระแน่ะกระแหน่ตลอด แต่แม้ระยะเวลาที่เราคบกันอาจจะน้อย แต่ว่าเราใช้ใจและใช้ความรู้สึกของเราสื่อสารกัน ซึ่งมันสำคัญกว่าเวลาที่คบกันมา ถ้าคบกันนาน 10 ปี แล้วไม่เข้าใจกัน มันก็อยู่ด้วยกันไม่ได้ เมื่อถามถึงความต่างระหว่างผู้ชายต่างชาติกับผู้ชายไทยนั้น คุณผึ้งให้ความเห็นว่า ที่เราเคยเจอผู้ชายไทยมีแต่ดูถูกเรา เรียกเราว่าอีดำบ้าง ว่าเราน่าเกลียดบ้าง ส่วนผู้ชายต่างชาติจะมีความรับผิดชอบ ให้เกียรติเรา ซึ่งเราประทับใจตรงจุดนี้ สำหรับสาเหตุที่มีคนมาติดตามเรื่องราวของตนผ่านเฟซบุ๊กมากขึ้นนั้น คิดว่าอาจเป็นเพราะไลต์สไตล์ การใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายของเรา แบบมีความสุขกับธรมชาติ ซึ่งที่บ้านเกิดจ.สุรินทร์ ก็เป็นธรรมชาติมาก และสติ๊กชอบบรรยากาศ หลังจากหมั้นกันแล้ว สติ๊กก็ชวนไปอยู่ที่จ.สุรินทร์ เราก็ใช้เวลาคิดอยู่นานว่าจะทิ้งงานและกลับไปอยู่บ้านไหม พอคิดอยู่หลายๆวัน ให้ใจคิดว่าชอบแแบบไหนมากกว่า สรุปคิดออกมาได้คำตอบว่า เราอยากกลับไปอยู่บ้าน เราชอบธรรมชาติ อยากไปใช้ชีวิตแบบที่ฝันไว้ จึงกลับไปอยู่บ้านที่จ.สุรินทร์กัน และเป็นเพราะลุคเราติดดินดูเป็นคนสนุก ทำให้มีคนมาติดตามเรา คงมีหลายคนอยากมีชีวิตเหมือนเรา แต่ทำไม่ได้ อาจเป็นเพราะหน้าที่การงาน หรือเหตุผลอื่นๆหลายอย่าง พอมาเจอรูปภาพเราที่สื่อออกมา ทำให้เขาชอบ อาจเป็นความฝันเขาด้วยที่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ และอาจเป็นเพราะสติ๊กที่เขาเป็นชาวต่างชาติ แต่มาใช้ชีวิตกับเราที่บ้านนอกได้ ส่วนภาพที่ออกมากลัวว่าบางคนจะมองว่าเป็นการแสดงออกมาไม่ดีหรือไม่นั้น ตนมองว่าวัฒนธรรมต่างชาติ กับประเทศไทยไม่เหมือนกัน เราก็ไม่ได้ไปจูบคนอื่น จูบสามีตัวเอง วันหนึ่งก็จูบวันละกี่ร้อยครั้งก็ไม่รู้ จูบกันบ่อยเรื่อยๆอยู่แล้ว จูบกันไปเถอะเดี๋ยวไม่มีคนให้จูบ สำหรับ สติ๊ก นั้นเมื่อเขามาอยู่กับเรา เขาชอบธรรมชาติ ทุ่งนา และชอบพาหมา ขึ้นรถซาเล้ง ไปเดินเล่นที่ทุ่งนา ส่วนตัวเขาตอนนี้กำลังเรียนรู้เรื่องการทำนา ในส่วนอาหารการกิน นั้นไม่มีปัญหาต่อสติ๊กเลย คนอีสานกินอาหารอะไร สติ๊กก็กินได้อย่างนั้น โดยอาหารโปรดของเขา คือส้มตำ ไก่ย่าง และลาบ ก่อนจากกัน คุณผึ้ง ฝากเตือนสาวไทย ที่หวังจะพบรักกับชาวต่างชาติผ่านทางโลกออนไลน์ว่า ชีวิตคนเรามันไม่ได้สวยงามเสมอไป เราเองโชคดีที่ได้เขามาเป็นสามี บางคนไม่ได้เข้ามาด้วยความจริงใจ อาจมาหลอกเรา แต่อยากให้ทุกคนคิดดูดีดีว่ามันสมควรไหม ความรักเป็นเรื่องที่ดีก็จริง แต่จะเจอคนที่ดีไหม เราต้องดูด้วยตนเอง ต้องใช้สติ อย่าหลงงมงายมากเกินไป อย่ายึดติดกับสิ่งที่มันไม่ใช่

ที่มา>>>ข่าวสด