ประท้วงด้วยเลือด!! หนุ่มสุดทนเมียโดนข่มขืนแต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ-ตัดนิ้วกุด (คลิป)

เว็บไซต์ เร็นทีวี และ ไลฟ์ ของรัสเซียรายงานว่า นายอีกอร์ กูบานอฟ ชาวเมืองมักนีโตกอร์สก์ มณฑลเชลยาบินสก์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย ตัดสินใจตัดนิ้วมือตัวเองทุกๆ วันจันทร์ ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ประท้วงคดีที่ภรรยาคือ นางซาลีมา มูฮาเหม็ดยาโนวา ถูกตำรวจรุมข่มขืน โดยล่าสุดนายอีกอร์ตัดนิ้วที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา นายอีกอร์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุภรรยาตนไปแจ้งความว่าถูกตำรวจรุมข่มขืนและทำร้ายร่างกาย แต่ตำรวจท้องที่กลับไม่ยอมรับแจ้ง ทั้งยังไม่พอใจภรรยาตนจนถูกตั้งข้อหาแจ้งความเท็จด้วย ตนถือว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงประท้วงด้วยการตัดนิ้วตัวเอง เพื่อให้ปัญหาของภรรยาได้รับการเหลียวแล  นายอีกอร์กล่าวต่อว่า หลังจากตัดนิ้วแรก สัปดาห์ต่อมาตนก็ใช้เลื่อยตัดนิ้วที่ 2 กลางแจ้ง ซึ่งเจ็บกว่านิ้วแรก จากนั้นรีบทำแผลและกินยาแก้ปวดทันที หากคดียังไม่คืบหน้าตนจะตัดหูและจมูกประท้วงต่อ และถ้ายังไม่ได้ผลอีกจะจุดไฟเผาตัวเอง ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องภรรยา

 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบโดยละเอียด ไม่พบร่องรอยข่มขืนของนางซาลีมา ตำรวจจึงแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จโดยเจตนาไปแล้ว อีกทั้งก่อนหน้านี้ นางซาลีมาถูกจับนำขังโรงพัก เพราะเมาสุราและประพฤติก้าวร้าวจนเพื่อนบ้านรำคาญ ต่อมานางซาลีมาออกมาบอกว่า ถูกตำรวจทุบหัวรุมทำร้ายและข่มขืนดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

วัยรุ่นลำพูนซิ่งเก๋งชน 6 ล้อเทศบาลอาการสาหัส!!

เมื่อเวลา  04.55 น. วันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.สุพจน์ นุกาศ  รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูน ได้รับแจ้ง เหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถหกล้อของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลป่าไหน่ เหตุเกิดบน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง (ขาเข้าเมืองเชียงใหม่)  หมู่ 3 บ้านสันกับตอง ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังจากได้รับแจ้ง จึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมสายตรวจป่าเห็วและกู้ภัยอุโมงค์ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้าซีวิคสีบรอนด์ทอง ทะเบียน ขง 2773 เชียงใหม่ ภายในรถยนต์เก๋งพบผู้ได้รับบาดเจ็บหญิง 1 ราย ติดอยู่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวงเชียงใหม่ กู้ภัยปากกองสารภี และกู้ภัยอุโมงค์ นำอุปกรณ์ตัดถ่างนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากรถและปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนให้กู้ภัยอุโมงค์นำส่งโรงพยาบาลสารภี ทราบชื่อภายหลังชื่อ น.ส ศิรภัสร ไชรคำมินทร์ อายุ 27 ปี เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บขาขวาผิดรูป และมีแผลตามร่างกาย บาดเจ็บสาหัส ขณะที่คนขับรถ 6 ล้อของเทศบาล ทราบชื่อ นายสรัญพงศ์  วันคำ อายุ 57 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด สอบสวนเบื้องต้น นาย สรัญพงศ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถมาจากนครปฐมเพื่อจะนำรถมาส่งที่ เทศบาลตำบลป่าไหน่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พอมาถึงที่เกิดเหตุเกิดฝนตกอย่างหนัก ถนนลื่นประกอบกับทางมืดมากจึงทำให้รถเสียหลัก เบรคไม่อยู่ ชนกับต้นไม้ข้างทาง และทำให้กระบะหลังรถหลุดกระเด็นออกมาตกลงถนน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่ รถเก๋งขับตามมาจึงเบรคไม่ทัน ชนเข้าอย่างแรงมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวคนขับรถไปสอบสวนที่โรงพักเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

มอบตัวยกแก๊ง!! อ้างเป็นตร.จับสาวรีดทรัพย์-พาไปข่มขืน ผกก.เร่งสอบ

 จากกรณี เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา มี น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ชาว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.อุบลราชธานี อ้างว่า ตัวเองถูกกลุ่มตำรวจนอกรีตโรงพักแห่งหนึ่ง ทำการจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด แล้วทำการลักทรัพย์ , ข่มขู่รีดไถเงินเพื่อแลกอิสรภาพ และพาไปข่มขืนกระทำชำเรา กำลังจะเดินทางเข้าให้ปากคำกว่า 2 ชม. เพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้ามืด วันที่ 23 มิ.ย. ภายหลัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้ประสานงานไปยัง พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน ให้ติดตามตัวกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจากที่มี น.ส.บี มาแจ้งความร้องทุกข์ จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผกก.สส.สภ.นาจอมเทียน ติดตามตัวผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจเข้ามอบตัวกับร้อยเวรเจ้าของคดี ซึ่งกลุ่มที่เข้ามอบตัวมีจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายไพโรจน์ บุญมี อายุ 46 ปี นายอภิชาติ ฟันกัมเปิ่น อายุ 34 ปี นายชำนาญ คงเปลี่ยน อายุ 43 ปี และ นายคณึง เกษา อายุ 42 ปี โดยตำรวจได้นำตัวเข้าห้องชี้ตัว รวมกับบุคคลอื่น ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นบุคคลที่อ้างเป็นตำรวจและเข้าไปจับกุม ส่วนคนที่ลงมือข่มขืนคือ นายคณึง เกษา (เสื้อน้ำเงิน)

ด้านนายคณึง ให้การรับสารภาพว่า ได้มีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนดังกล่าวจริง แต่นายคณึงยังได้ให้การปฏิเสธอ้างว่า ตนไม่ได้ใช้กำลังข่มขู่และข่มขืน โดยฝ่ายหญิงยินยอมพร้อมใจเอง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ จะทำการสอบสวนทั้งหมดอีกครั้ง และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.โสฬส เอี่ยมสะอาด ผกก.สภ.นาจอมเทียน เปิดเผยว่า บุคคลทั้งหมดเป็นตำรวจอาสาสมัคร หากมีภารกิจจึงจะเรียกตัวมาใช้ ซึ่งตนเองเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่ สภ.นาจอมเทียน และกำลังจะปรับระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งอาสาที่มาช่วย ส่วนเรื่องดังกล่าว หากกระทำผิดจริง ก็ให้ดำเนินคดีตามขบวนการตามกฎหมาย และได้สั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ สภ.นาจอมเทียน และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย  และหากผลการสอบสวนว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน   ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผย หลังจากมีการร้องทุกข์แจ้งความของผู้เสียหาย จึงได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดก่อนประสานงานไปยัง สภ.นาจอมเทียน ให้ติดตามตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ถูกกล่าวหา ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้ง 4 คน ก็เดินทางเข้ามามอบตัว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสอบปากคำก่อนปล่อยตัวกลับไป ส่วนหากการสอบสวนหรือรวบรวมหลักฐานและพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน

ที่มา>>>ข่าวสด