ฮือฮา!ชาวบ้านลากอวนได้ปลาบึกยักษ์หนัก 110 ก.ก.ส่งขายแม่ค้า ร้านอาหารแย่งกันซื้อไปทำเมนูเด็ด

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าว จ.นครพนม รับแจ้งจากแม่ค้าปลาในตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม ว่า มีชาวประมงพื้นบ้านล่าปลาบึกจาก 3 จังหวัดริมฝั่งแม่น้ำโขงนำมาส่งขายให้ 3 ตัวรวมน้ำหนัก 260 กิโลกรัม โดยเฉพาะตัวใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 110 กิโลกรัม สร้างความฮือฮาให้กับผู้ที่ขับรถผ่านไปมาที่พบเห็น เพราะเป็นปลาที่หายากในรอบ 3 เดือน จะพบเห็นได้แค่ 1-2 ตัวเท่านั้น หลังรับซื้อไว้ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีร้านอาหารและภัตตาคารชื่อดังหลายแห่ง แย่งกันจองหน้าเขียงไปประกอบเมนูเด็ด

OLYMPUS DIGITAL CAMERAนางเด่น คันทักษ์ วัย 59 ปี แม่ค้าขายปลาในตลาดเทศบาลเมืองนครพนม กล่าวว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาวและใกล้เทศกาลออกพรรษา จะมีชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ จ.นครพนม บึงกาฬ และจ.มุกดาหาร ลากอวนหาปลาในแม่น้ำโขง ได้ปลาหลายชนิดน้อยใหญ่ก็จะนำมาขายให้ตน ที่ผ่านมามีเฉพาะชาวประมงริมตลิ่งแม่น้ำโขงของ จ.นครพนม นำมาขายให้เพื่อให้ตนชำแหละ ก่อนมีออร์เดอร์สั่งจองไว้ล่วงหน้า เพื่อส่งตามภัตตาคาร โรงแรม และร้านอาหารชื่อดังหลายแห่งOLYMPUS DIGITAL CAMERAแม่ค้าปลาวัย 59 ปี กล่าวต่อว่า หลังจากมีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าตนรับซื้อปลาขนาดใหญ่หลายชนิดที่นิยมนำไปทำเมนูเด็ด หายากและมีราคาแพง มีชาวประมงจากจ.บึงกาฬ นำปลาบึกที่ล่าได้จากแม่น้ำโขง มาขายให้น้ำหนัก 110 กิโลกรัม จากจ.มุกดาหาร จำนวน 1 ตัว น้ำหนัก 90 กิโลกรัม และจาก จ.นครพนม อีก 1 ตัวน้ำหนัก 60 กิโลกรัม โดยเฉพาะปลาบึก 3 ตัวที่รับซื้อไว้วันนี้รวมน้ำหนัก 260 กิโลกรัม ซื้อในราคากิโลกรัมละ 250 บาท เป็นเงิน 65,000 บาท หากชำแหละแล้วจะขายต่อในราคากิโลกรัมละ 300 บาทOLYMPUS DIGITAL CAMERA“สาเหตุที่ชาวประมงนำปลาบึกมาขายให้ เพราะแม่ค้าพ่อค้าใน จ.มุกดาหาร และ จ.บึงกาฬ ไม่กล้ารับซื้อเป็นตัวเพราะใช้ทุนสูง ชาวประมงพื้นบ้านจึงเบนเข็มมาขายให้ที่ร้าน เพื่อชำแหละส่งขายในร้านอาหารหลายแห่ง โดยแต่ละแห่งสั่งครั้งละ 50-100 กิโลกรัม ปรากฏว่าภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หลังข่าวแพร่สะพัดออกไปปลาบึก 3 ตัวใหญ่หมดในเวลาอันรวดเร็ว หลังรับโทรศัพท์จากร้านอาหารชื่อดังแทบไม่ทัน เพราะเป็นปลาที่หายากและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เชื่อว่าผู้ที่ได้รับประทานแล้วจะมีอายุยืนยาว ร้านอาหารนิยมนำไปผัดเผ็ด ผัดฉ่า ต้มยำ รสชาติเนื้อปลาอร่อยมากที่สุดในบรรดาปลาตระกูลหนัง โดยเฉพาะปลาธรรมชาติที่ล่าได้จากแม่น้ำโขง” นางเด่น กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่นางเด่นแม่ค้าปลา ชำแหละปลาบึกยักษ์ 3 ตัว เพื่อส่งให้ร้านอาหารอีกทอด ปรากฏว่าผู้ที่ขับรถผ่านไปทางออกตลาดสดพบเห็น มาขออุ้มปลาบึกปลาน้ำจืดขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งน้ำหนัก 110 กิโลกรัม รวม 4 คน เพื่อขอถ่ายภาพลงในสื่อโลกออนไลน์แทบอุ้มไม่ขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด

เขื่อนจีนปล่อยน้ำลงโขงคาดถึงเชียงแสนวันนี้ ระทึก! 10 จว.ลุ่มเจ้าพระยาเสี่ยงน้ำท่วม

 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงว่า สถานการณ์แม่น้ำโขงในปัจจุบัน ที่มีการเฝ้าระวังและเตรียมการอย่างใกล้ชิดถึงระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น โดยมีผลจากการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง ประเทศจีน ประกอบกับปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ เตือนประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงพร้อมรับสถานการณ์ ฟังข่าวสารจากหน่วยงานและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างใกล้ชิด นายสุพจน์ กล่าวว่า เดือนกันยายนและตุลาคม ปี 2559 พื้นที่ต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วมล้นตลิ่ง ประชาชนใน 10 พื้นที่ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ตามคำแนะนำเช่นกัน ด้าน นส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายและประธานกรรมการบริษัทแม่โขงเดลต้า ทราเวล เอเจนซี่ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานการระบายน้ำจากเขื่อนจิงหงของจีนที่ปล่อยน้ำสูงกว่ามาตรฐานปกติ 1,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที โดยเมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม ได้ปล่อยน้ำวันละกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะที่วันที่ 24 ส.ค. มีการปล่อยน้ำมากขึ้นเป็น 2,800 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ทำให้มีมวลน้ำขนาดมหึมากำลังไหลสู่แม่น้ำโขงตอนล่าง “ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงแถวจังหวัดหนองคายและอุดรธานีก็มีมากอยู่แล้ว หากน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนจีนมาถึง ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์น่าเป็นห่วง ซึ่งเมื่อโทรไปสอบถามทางจีน เขาก็ให้เราช่วยเช็คให้ด้วยว่า น้ำที่มากมายขนาดนี้เกิดจากลำน้ำสาขาด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นวันที่ 25 สิงหาคม ต้องจับตาดูว่าน้ำที่มาถึงเชียงแสนจะมากมายขนาดไหน และส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง” นส.ผกายมาศ กล่าว

ขณะที่พระอภิชาติ รติโก เจ้าอาวาสวัดสบกก ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์นี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงและแม่น้ำกกเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะ 3 วันที่ผ่านมา โดยในวันนี้ช่วงเช้าแม่น้ำโขงอยู่ที่ระดับ 5.98 เมตร โดยที่ระดับวิกฤตสำหรับที่นี่คือ 7 เมตร ตั้งแต่น้ำโขงเพิ่มระดับขึ้นนี้ ชาวบ้านได้เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะข้าวโพดที่ปลูกไว้ หากไม่ทันผลผลิตก็จะจมน้ำทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่า เขื่อนจิงหงในจีนมีการระบายน้ำเพิ่มเป็นเท่าตัว ชาวบ้านได้เตรียมรับมือไว้หรือยัง พระอภิชาติ กล่าวว่า ตนมีความกังวลว่าจะสร้างความเสียหายอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ก็เกือบ 6 เมตรแล้ว หากเพิ่มอีกเพียงเมตรเดียวก็คงท่วม โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกรอบๆ หมู่บ้าน

“ตอนนี้ชาวบ้านหยุดหาปลาแล้วเพราะน้ำมามาก พวกเครื่องมือหาปลา เรือ ก็เก็บกันหมดเพื่อไม่ให้ถูกน้ำพัดเสียหาย แต่ที่สงสัยมากคือทำไมจึงไม่มีการแจ้งเตือนจากหน่วยงานรัฐที่มีความน่าเชื่อถือ ทุกวันนี้ชาวบ้านได้รับข้อมูลจากคนขับเรือจีน ไม่มีการที่มาแจ้งเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการ” พระอภิชาติ กล่าว

ด้านนส.จินตนา เกสรสมบัติ ชาวบ้านตำบลหอคำ อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า ระดับน้ำโขงได้เพิ่มขึ้นมา 2-3 วันแล้ว สร้างความเสียหายบางส่วน ตอนนี้ชาวบ้านได้ยินว่า เขื่อนจีนระบายน้ำเพิ่มทำให้ยิ่งกังวลว่า น้ำโขงจะไหลเข้าลำน้ำสาขาและท่วมที่นาซึ่งกำลังปลูกข้าวอยู่

“ปีนี้แนวโน้มน้ำท่วมรุนแรง เพราะมีทั้งน้ำฝนที่ตกทางตอนล่างและยังซ้ำเติมด้วยน้ำจากเขื่อนจีนที่กำลังปล่อยมา ชาวบ้านต่างกังวลกันมาก จึงเร่งเก็บพริก เก็บพืชผักที่ปลูกไว้เพราะกลัวว่าจะได้รับความเสียหาย” นส.จินตนา กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มซิ่งบิ๊กไบก์ลื่นน้ำซึม เหล็กบาดร่างขาดสยอง-แฟนสาวเห็นศพทรุดร่ำไห้(คลิป)

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ส.ค. ร.ต.อ.สุเมธ ศรีหาวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนราวเหล็กกั้นเกาะกลางถนนมีผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ ต.ขามเฒ่า รุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวร กู้ชีพ อบต.ขามเฒ่า และกู้ภัยนครพนม ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน ทางหลวงหมายเลข 212 สายนครพนม-ธาตุพนม ฝั่งขาออกตัวเมือง บริเวณโค้งทางเข้าบ้านใหม่ศรีปทุม ริมเกาะกลางถนน พบศพนายจักรพันธ์ ศิริพงษ์ วัย 24 ปี พ่อค้าปลาหมึกย่างริมฟุตปาธหน้า ร.พ.นครพนม เป็นชาว ต.นาเดื่อ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม สภาพศพสวมเสื้อยืดคอปกสีดำเทา สวมกางเกงขาสั้นสีดำ ขาข้างขวาขาดจนถึงต้นขา ขาขาซ้ายขาดถึงหน้าแข้ง ที่เอวสะพายกระเป๋าคาดเอวสีดำ นอนหงายจมกองเลือดไหลนองพื้น เสียชีวิตคาที่ โดยบริเวณที่เกิดเหตุยังพบรอยเลือดและพบชิ้นส่วนมนุษย์ซึ่งเป็นของผู้ตาย กระเด็นติดพื้นโคนเสาหลายจุด และและกระเซ็นพื้นฝั่งถนนอีกข้าง เป็นที่น่าสยดสยองแก่ผู้พบเห็น ห่างออกไปจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร ริมไหล่ถนน พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ยี่ห้อคาวาซากิ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นของผู้ตายตกอยู่ในพงหญ้า สภาพรถล้อหลังยางแตก ไฟเบรกและไฟเลี้ยวหลังแตก ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์อีก 7 คัน จอดเรียงรายริมไหล่ทาง พบเพื่อนผู้ตาย 7-10 คนยืนจับกลุ่มอย่างเศร้าสลด รอให้การกับเจ้าหน้าที่

สอบถามนายสุคนธ์ ชยันต์ลาโพธิ์ อายุ 25 ปี 1 ในเพื่อนผู้ตายที่ขับรถบิ๊กไบก์มาด้วยให้การว่า ตนพร้อมนายจักรพันธ์ ผู้ตาย ขับรถจักรยานยนต์คนละคันรวม 8 คัน กลับจากนั่งเล่นริมฝั่งแม่น้ำโขง ในตัวเมืองเพื่อไปส่งเพื่อนในกลุ่มที่ บ.นาโดน ต.ขามเฒ่า ผู้ตายขับรั้งคันที่ 2 ตนขับมารั้งท้าย รถแต่ละคันขับพุ่งมาด้วยความเร็วสูง รถของผู้ตายขับเลนซ้าย ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ รถนายจักรพันธ์ขับเลนฝั่งซ้าย เหยียบน้ำที่ซึมใต้ผิวถนน ก่อนลื่นไถลไปชนราวเหล็กกั้นเสียงดังนั่น คมเหล็กที่คมบาดฉีกร่างผู้ตายขาดสองท่อน อย่างน่าสยดสยอง ทั้งที่ก่อนจะถึงจุดหมายอีกแค่ 2 กิโลเมตร บนผิวจราจรยังมีรอยครูดของรถที่มีน้ำขังซึม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป หลังเกิดเหตุมี น.ส.กิตติรัตน์ จอมพรรษา หรือ น้องรีโมท วัย 23 ปี แฟนสาวผู้ตายซึ่งรุดมาดูที่เกิดเหตุ พร้อมเพื่อนชาย-หญิงอีก 6 คน ทันทีที่พบศพนายจักรพันธ์ น้องรีโมทถึงกับเข่าทรุดกองกับพื้น  เพื่อนๆ ต้องรีบประคองให้ดมยาดมตลอด ขณะร้องไห้เสียใจ หลังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเพื่อนคนหนึ่งกล่าวว่า  น้องรีโมทกับนายจักรพันธ์ผู้ตาย เพิ่งจะลงมือขายปลาหมึกย่างสดริมฟุตบาธหน้า ร.พ.นครพนม ได้แค่ 6 วัน คาดผู้ตายอาจไม่ชินเส้นทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เส้นทางบริเวณทางโค้งแห่งนี้ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนชาวบ้านขนานนามว่าโค้ง 100 ศพ และพบว่ามีรถแหกโค้งพุ่งข้ามเกาะ ชุดสืบสวนอุบัติเหตุระดับจังหวัด และแขวงการทางนครพนม จึงได้นำราวเหล็กกั้นยาวกว่า 100 เมตร มาติดตั้งใหม่ได้ไม่ถึง 2 เดือน กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด