เตือนอันตราย! สาวภูเก็ตใส่กระโปรงยาวขี่จยย. ชายพันโซ่-กระชากล้มไปกองถนน

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงดึกผู้ใช้เฟซบุ๊กนาม “ตาล โปรเมดิกส์ ภูเก็ต” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ได้โพสต์ภาพขณะเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปฐมพยาบาลหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งประสบอุบัติเหตุหกล้มรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะเเละเเขนซ้าย โดยหลังจากช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว จึงนำตัวส่งยังโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต

ทั้งนี้ เหตุการณ์เกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ที่หน้าธนาคารเอเชียถนนพังงา อ.เมือง ภูเก็ต เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต เข้าตรวจสอบหลังหลังรับเเจ้งหญิงสาวอายุ 30-35 ปี ได้รับบาดเจ็บ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 100 สีเเดงดำป้ายทะเบียน กงล ระนอง 218 จอดอยู่ ที่โซ่รถจักรยานยนต์พบเศษผ้าพันอยู่ สอบถามทราบว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวเจ้าของเฟซบุ๊กระบุว่า ต้องการนำเสนอเรื่องเป็นอุทาหรณ์ เพราะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สาเหตุจากผู้บาดเจ็บสวมใส่เสื้อผ้าและกระโปรงยาวขับขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนเข้าไปพันกับโซ่รถ ทำให้เกิดการกระชากจนล้มได้รับบาดเจ็บ เเต่ถือว่าเคราะห์ดีที่ไม่มีรถขับตามหลัง ทำให้ไม่มีเหตุสลดเกิดซ้ำ

“ต้องขอโทษผู้ได้รับบาดเจ็บที่นำเรื่องมาเปิดเผย เเต่เนื่องจากประเด็นนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนเรามักมองข้าม จนเกิดอันตรายขึ้น จึงขอนำมาเตือนหญิงสาวให้ใช้ความระมัดระวังเเละเเต่งตัวให้เหมาะสมเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ หากจำเป็นต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่ยาวก็ต้องรวบไว้ อย่าให้ชายกระโปรงหรือผ้าห้อยลงจนเข้าใกล้โซ่รถจักรยานยนต์ได้”

ที่มา>>>ข่าวสด

“ต๊ะ นรากร”ผู้ประกาศข่าวสาวโร่แจ้งตร. โดนเพจดังหลอกให้โอนเงินช่วยแมว-หมา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ม.ค.ที่สน.วังทองหลาง น.ส.นารากร ติยายน หรือ ต๊ะ นรากร ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง อายุ 49 ปี พร้อมนายตุลย์ บุนนาค อายุ 37 ปี แอดมินเพจรักหมา เดินทางเข้าพบร.ต.อ.พิษณุ ทัศญาณ รองสว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กเพจหนึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกให้โอนเงินช่วยค่ารักษาสัตว์ เป็นมูลค่ากว่า 30,000 บาทต๊ะ นรากร กล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ”นปรางห์มณี น้อยหน่า ทองอนันต์” ได้ทักแชทเฟซส่วนตัวมาหาตน พร้อมนำภาพหมา และแมวที่ได้รับบาดเจ็บ และป่วยเป็นโรคมายังตนพร้อมขอให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งตนรักและชอบช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือไปเมื่อเดือน กรกฎาคม 2559 หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ทักแชทมาเพื่อขอเงินอีหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารสัตว์ ฯลฯ รวมอีกกว่า 10 ครั้ง รวมยอดเงินที่โอนไปกว่า 30,000 บาท

ต่อมาตนเริ่มเอะใจ แต่ยอมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการนำเงินไปช่วยเหลือสัตว์จริงหรือไม่ และไม่ได้ขอดูความคืบหน้าการรักษาแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ตนเห็นข่าวว่านายตุลย์ แอดมินเพจรักหมา เข้าแจ้งความกับตำรวจบก.ปอท. ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ตนจึงติดต่อไปยังนายตุลย์กระทั่งทราบว่าถูกหลอก กระทั่งตัดสินใจมาแจ้งความ

ต๊ะ นรากร กล่าวอีกว่า ตนอยากจะฝากไว้สำหรับคนที่จะช่วยเหลือหมาแมว ว่า ไม่อยากให้ไม่ไว้ใจจนไม่ช่วยเลย เพราะบางกรณีก็มีคนที่เป็นคนดี และต้องการช่วยเหลือสัตว์จริงๆ แต่ตนอยากให้ตรวจสอบให้ดี เพื่อป้องกันการถูกหลอก ขณะที่พลเมืองดีที่รับบริจาคก็ควรที่จะชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน ให้ผู้ที่มีช่วยเหลือสบายใจว่าเงินพวกเขาได้ช่วยเหลือสัตว์อย่างแท้จริง

ด้านนายตุลย์ กล่าวว่า ตนพาน.ส.นารากรมาแจ้งความ และจะให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีบุคคลที่ถูกเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกรวมแล้วกว่า 11 ราย รวมมูลค่าหลักล้านบาท

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนรับเรื่องพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนจะประสานตำรวจบก.ปอท. เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลและติดตามผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมาสอบปากคำต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มโชว์งูหายาก เผยซื้อมาตัวละหมื่นห้า เลี้ยงกินดีอยู่ดี เอารถมาแลกก็ไม่ยอม (มีคลิป)

ของแปลกในโซเชียล สมาชิกเฟซบุ๊ก Jannok Karran ได้โพสต์คลิปวีดีโอระบุว่า “พวกผมเขาชอบงูใช้ชีวิต แบบคนสู้ชีวิต ยอมซื้องูตัวนี้มาจากต่างจังหวัด บ้านไม่รวยครัชแต่ซื้องูมาราคา 15,000 ฿ งูแปลกมากหนึ่งในล้าน งูหลามทำไมสีนี้ ลองชมกันครัช” ซึ่งในวีดีโอดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าของงูกำลังป้อนเนื้อไก่สด โดยยัดเข้าปากงูให้กลืนลงท้อง แถมยังมีกล่าวติดตลกว่ายิ่งกว่านาคีก็ตัวนี้แหล่ะ

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวประกาศตามหาเบาะแส พ่อดับหลังโดนแท็กซี่ทับซ้ำกลางทางม้าลายแล้วหนี(คลิป)

โลกโซเชียลมีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Ja Ksn ซึ่งได้โพสต์คลิปอุบัติเหตุเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยระบุว่า คุณพ่อถูกรถชนขณะกำลังข้ามทางม้าลาย ปากซอย อ่อนนุช 17/1 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ช่วงเวลา 18.49 น. หลังจากรถจักรยานยนต์ชนไม่กี่วินาที มีรถแท็กซี่เหยียบทับซ้ำและหนีไปทันที ทำให้พ่อบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาประมาณ 22.00 น.

ทั้งนี้ เธอยังได้ระบุว่า “ตอนนี้ผ่านมา 12 วันแล้ว กับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่หนูต้องเจอ และมอเตอร์ไซค์คันที่ชนไม่มีการรับผิดชอบหรือติดต่อกับครอบครัวหนูเลย ตอนที่พ่อหนูโดนชนไม่มีใครกล้าไปช่วยเลย ตอนที่หนูวิ่งลงมาแล้วเจอพ่อนอนอยู่กลางถนน หน้าของพ่อนอนคว่ำอยู่และเลือดออกเยอะมาก จนอุดจมูกพ่อ แต่ลุงหนูมีสติมากพอ เลยวิ่งไปหาพ่อและจับให้พ่อเงยหน้า ให้หายใจ พ่อหนูหยุดหายใจไปถึง 6 ครั้ง ไม่รวมในที่เกิดเหตุ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นกระทันหัน และเร็วไปหมด แต่คดีของพ่อหนูกลับช้ามาก หนูอยากได้ความยุติธรรม หนูเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย หนูคิดอยู่นานมาก กว่าจะกล้าพอในการโพสต์คลิปเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ยังหาตัวแท็กซี่ไม่ได้ #หนูต้องการกล้องหน้ารถที่สามารถถ่ายเห็นทะเบียนแท็กซี่คันสีชมพูคันนั้น ขอวอนผู้ที่เห็นเหตุการณ์ติดต่อหนูกลับมาทาง inbox หรือเบอร์โทร 094-492-9781”

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! ญาติ “หาญเสมอ”เหยื่อปิกอัพไฟคลอกโพสต์ช็อก สุดอาลัยลูกหลานเสียชีวิต!

วันที่ 3 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jomtrai Singkon ญาติของผู้เสียชีวิตบนรถปิกอัพ จากเหตุอุบัติเหตุชนกับรถตู้สายจันทบุรี-กทม. 25 ศพ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา โพสต์ข้อความไว้อาลัยเศร้า ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ศพ บนรถปิกอัพเป็นญาติกันทั้งหมด

เด็กๆ บนรถปิกอัพเหยื่ออุบัติเหตุ

โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กดังกล่าว เขียนข้อความระบุว่า

ไม่คิดว่าข่าวร้ายช่วงบ่ายจะเป็นญาติของตัวเอง (ทั้งรถกะบะเป็นญาติกัน) ทำไมมันชั่งโหดร้ายอย่างนี้ ขอให้ น้าน้อย,น้าบ่าว,น้าพัน ,และ หลานๆจงไปสู่ภพมูิที่ดี ด้วยรักและความอาลัย ครอบครัว แม่ อิง หาญเสมอ

และ น้าน้อย ผู้ชายที่ขับรถกระบะ เราอายุเท่าๆกันก็เลยได้เรียนชั้นเดียวกัน น้าน้อย เป็นผู้ชายที่อ่อนโยน อารมณ์ดี และมีพรสวรรค์มากในการคิดมุขฮา ในกลุ่มเพื่อนเคยบอกไว้ ใครได้น้าเป็นแฟนจะเป็นคนโชคดีมาก แกมีภรรยาและลูกที่น่ารักมาก ข่าวรถตู้สายระยอง มีบ่อย ตอนนี้มันวน มาใกล้ตัว ขอให้ดวงวิญญาณ ของน้าน้อย น้าบ่าว น้าพัน หลานๆ และคนอื่นๆ จงไปสู่ ภพภูมิที่ดี ด้วยรักและอาลัย จากครอบครัวแม่ อิง หาญเสมอ (ผู้ที่สูญเสียมากที่สุด)

ที่มา>>>ข่าวสด

“แผนที่ของพ่อ” ภาพชินตาคนไทยกับพระมหากษัตริย์ ที่ทรงงานพร้อมแผนที่ในพระหัตถ์

ภาพที่พสกนิกรไทยชินตากับการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีแผนที่ในพระหัตถ์ โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Arnakorn Jarueksil ได้นำภาพแผนที่จากกรมแผนที่มาเผยแพร่ไว้ โดยระบุว่า “วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปที่กรมแผนที่ มีอยู่ 1 มุมที่เห็นแล้วน้ำตาจะไหล เป็นมุมวีดีทัศน์เกียวกับเรื่องพ่อ พ่อบอกเราไม่ได้บ้าแผนที่ แต่มันคือกำไรของประเทศชาติ เราไม่ทำก็ต้องไปจ้างเขา แผนที่ ที่พ่อถือเป็นสิ่งที่พ่อเขียนเองเดินเองแก้เอง ถึงแม้จะถ่ายมาจากเครื่องบิน แต่พ่อก็ลงเดินสำรวจ ว่ามีความถูกต้องแค่ไหนแล้วก็แก้จนกว่าจะถูกมากที่สุด สิ่งที่พ่อติดตัว กล้องถ่ายรูป ดินสอ และแผนที่ และวันนี้ผมก็ได้เห็นแผนที่ของพ่อเต็มๆ ทุกส่วนของแผนที่พ่อเต็มได้ด้วยเทปกาว ใครจะรักเราเท่าพระองค์”14724421_10207150685677194_7501541613268051136_n-horz

ที่มา>>>ข่าวสด

ทนไม่ไหวแล้ว!! ตลกรุ่นใหญ่‘โย่ง เชิญยิ้ม’แจงยิบปมทอดทิ้ง‘เตี้ย พิจิตร’อดีตตลก หลังเจอด่าหนัก

เจอกระแสข่าวสร้างความเสียหาย ทำให้คนเข้าใจผิด จนตลกรุ่นใหญ่ โย่ง เชิญยิ้ม ต้องรีบออกมาชี้แจง โดยโพสต์เฟซบุ๊กยาวเหยียดเลยว่า ““ช่วยแชร์เรื่องนี้ให้ผมหน่อยครับ” ก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้

กรณีที่มีสื่อโซเชี่ยล พูดถึงคุณ เตี้ย พิจิตร ว่าเขาป่วยแล้วไม่มีคนดูแล และมีผู้คนพูดว่า พาดพิงถึงน้าโย่งและกลุ่มเพื่อน ให้ผู้คนในวงกว้าง เกิดความเข้าใจผิด คิดคาดเคลื่อน ทำให้เกิดความเกลียดชัง
พูดไปตามใจที่ตัวเองคิด เกิดความเสียหายให้กับคนอีกกลุ่มนึง โดยไม่รู้ความจริง

วันนี้ก็มีสื่อจากโซเชี่ยลอีกละ ผมเนี่ยโดนตำหนิ2ครั้งแล้วในปีนี้ และคนที่ตำหนิผมครั้งก่อนก็ยังไม่รู้ความจริง ก็คงจะยังเกิดความเข้าใจผิดคิดชัง เพราะผมไม่ออกมาพูดให้ฟัง บางคนก็พูดว่าผมทำไมไม่ช่วยดูแลกันบ้าง และตัวคนป่วยเองก็ไม่ได้พูดถึงคนที่ช่วยเหลือเลย%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%a2%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%a1เอางี้นะจะเล่าให้ฟังแค่นิดหน่อย คือน้าเตี้ยเนี่ย เขาอยู่คณะตลกของผม คนดูจะรู้สึกว่าอยู่คณะผมตลอดเวลา แต่ความจริงไม่ใช่ น้าเตี้ย เข้าและออกคณะผม นึกจะออกก็ออก นึกจะเข้าก็เข้า เป็นแบบนี้หลายครั้ง เราก็ไม่ได้ว่าอะไรกัน แล้วแต่เขาละกัน14433012_1202667736439213_8076399562903532758_nเอาละตัดตอนมาเล่าถึงตอนป่วยเลยดีกว่า ก่อนที่เขาจะป่วย น้าเตี้ย ออกจากคณะของผมไปแล้ว ไม่ได้อยู่กับผม และนานแล้วด้วย วันที่เขาป่วย ก็คือเขาไปอัดเสียงร้องเพลงกันกับพี่ชินโฟเอส เมื่อเขาป่วย ทางพี่ชิน ก็โทรมาหาผมที่บ้าน ผมกะยายสม(เมียผม)นอนแล้ว พอรู้เรื่องก็รีบไปหา ที่โรงพยาบาลทันที พูดแล้วสงสารยายสม ช่วยทุกเรื่องงงงง

เอางี๊เล่าลัดเลยดีกว่า ตั้งแต่วันนั้น ก็หยิบยื่นช่วยเหลือกันตลอดมา เป็นเวลาหลายปี ผมเองยังบอกกะยายสมเลยว่า ช่วยมันไปเถอะแม่เอ๊ยยยย สงสารมัน อกเขาอกเรา หนักเข้าเมียเขาป่วย ก็กลายเป็นรักษา2คน ทั้งค่ารถค่ายา บางเดือนก็ไม่ใช่ครั้งเดียว เป็นแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่เขาป่วยหลายปีแล้ว คนที่รู้เรื่องนี้ดีมีแค่บ้านเขากับบ้านเราเท่านั้น

จนกระทั่งเมื่อต้นปี มีสือกระหน่ำเรื่องนี้แบบเดียวกันนี้ ผู้คนพูดถึงออกในเชิงต่อว่าด่าทอ ในตัวผมและเพื่อนๆ มากมาย โดยเจ้าตัวและคนในครอบครัวเขา ไม่เคยพูดถึงแม้แต่คำเดียว
ว่าใครที่เหลียวแลและหยิบยื่นให้เขาอยู่ ถ้าไม่เกิดเรื่องก็ไม่จำเป็นจะต้องมาพูดถึงหรอกครับ ว่าบ้านไหนใครช่วยเหลือ แต่เมื่อเกิดเรื่องแล้ว กลับไม่พูดถึงกันบ้างเลย กลับปล่อยให้ผู้คนด่าว่าเกลียดชังเรา
หรือว่าที่เราให้ขนาดนี้แล้วเขายังไม่รู้สึกว่าเราให้ ทั้งที่คนในครอบครัวของเขาก็รู้เรื่องนี้กันทุกคน ทั้งลูกทั้งเมีย แต่ผมก็ไม่ได้อธิบายอะไร คิดเพียงว่าใครจะว่าเรายังไงก็ชั่งเขา เพราะเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า14517615_1202058623166791_8279080630334721651_nแต่ตอนนี้ ก็คิดว่าถ้าเราไม่พูดอะไรเลย ก็เกิดความเสียหายไม่หยุดหย่อน ยายสม น้อยใจมากเพราะช่วยมาเยอะ เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ก็เลยหยุดให้ เพราะหมดกำลังใจ ยายสมพูดแบบน้อยใจมาก ว่าที่เราให้เขาไป
เราไม่ได้หวังว่าจะได้ความดีอะไรเลย แต่ผลลัพธ์ กลับกลายมาเป็นเราเสียหาย แบบนี้ยิ่งช่วยยิ่งเสีย และที่พูดไปเนี่ย ก็อาจจะถูกตำหนิว่าพูดทำไมเพื่ออะไร ผมก็คิดอยู่นานว่าพูดดีหรือไม่พูดดี แต่ถ้าไม่พูดเลย มันจะไปกันใหญ่

ยังมีอีกหลายคน ที่หยิบยื่นให้เขา แต่เขาไม่ได้พูดถึง คนเหล่านั้นเลย ผมว่าคนในวงการเราเขามีน้ำใจนะ แต่ ณ.ตอนนี้ใครที่มีน้ำใจพอจะช่วยเขาได้ ก็ช่วยเขาเถอะครับ การช่วยเหลือกันมันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว

เอาแค่นี้ละกันเนาะ ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ”

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบสาวแสบ สร้างเฟซบุ๊กตุ๋น “อดีตนางเอกปลาบู่ทอง” สูญกว่า 8 หมื่นบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจและน.ส.อัจฉรา หรือเอ๋ ทองเทพ อดีตดารานักแสดงชื่อดัง และอดีตนางเอกปลาบู่ทอง ร่วมกันแถลงจับกุมน.ส.วิไลพร หรือฝน แจ่มใส อายุ 22 ปี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.352/2559 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2559s__3645454พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากน.ส.อัจฉรา เข้าความแจ้งผ่านโครงการ You wiil never walk alone ว่ามีผู้แอบอ้างเป็นชาวต่างชาติผ่านเครือข่ายเฟซบุ๊ก ได้ติดต่อผ่านมายังผู้เสียหายพูดคุยตีสนิทจนเชื่อใจ อ้างว่าต้องการย้ายมาอยู่ประเทศไทย โดยจะส่งของผ่านทางด่านตรวจศุลกากร แต่เกิดขัดข้อง ไม่สามารถนำของออกมาจากด่านตรวจได้ ต้องเสียภาษีและค่าดำเนินการ น.ส.อัจฉรา หลงเชื่อโอนเงินไปให้ 2 ครั้ง มูลค่ารวม 80,000 บาท ต่อมาก็ได้ติดต่ออีกว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทองคำมูลค่ามหาศาล ต้องเสียเงินเพิ่มอีกกว่า 200,000 บาท น.ส.อัจฉรา เกิดเอะใจและแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใช้เวลา 4 เดือน จึงสามารถขยายผลจับกุมได้ในที่สุด โดยน.ส.วิไลพร นั้นมีหน้าที่ปลอมเฟซบุ๊กใช้ชื่อฝรั่งแล้วประสานข้อมูลกับคนผิวสีซึ่งอยู่ต่างประเทศ อีกทั้งยังอ้างว่าทำงานอยู่ในเรื่องชิปปิ้งนำเข้าสินค้าผ่านทางศุลกากร พูดคุยให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโทรศัพท์ติดต่อขอให้โอนเงินเพื่อให้สินค้าได้ออกจากด่านตรวจศุลกากรs__3645457ด้านน.ส.อัจฉรา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.วิไลพร ได้เข้ามาตีสนิททางเฟซบุ๊ก อ้างว่าป่วยโรค เอสแอลอี เหมือนกัน และแสดงความเห็นอกเห็นใจ ก่อนจะติดต่อกันเรื่อยมาจนมีความสนิทสนมกัน จากนั้นน.ส.วิไลพร ก็อ้างว่าแฝนชาวต่างชาติซึ่งเป็นเศรษฐีจะมาอาศัยอยู่ที่เมืองไทย พร้อมทั้งบอกว่าจะส่งของมาให้ แต่ถ้าส่งมาที่ น.ส.วิไลพร จะเสียค่าใช้จ่ายเยอะ เพราะน.ส.วิไลพร อยู่ต่างจังหวัด จึงบอกว่าขอที่อยู่ของ น.ส.อัจฉรา เพราะอยู่ที่ กทม.จะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ด้วยความเชื่อใจ น.ส.อัจฉรา จึงให้ส่งที่อยู่ไปให้เพื่อไว้รับของ ระหว่างนั้นตนก็ได้รับการติดต่อจากชาวต่างชาติชื่อเดวิด อ้างว่าเป็นสามีของ น.ส.วิไลพร ติดต่อมาทางเฟซบุ๊ก บอกว่าของมาถึงแล้วแต่ติดอยู่ที่ศุลกากร ต้องนำเงินไปเสียค่าใช้จ่ายจึงจะนำออกมาได้ ขณะเดียวกัน น.ส.วิไลพร ก็ปลอมตัวเป็นชิปปิ้ง ลวงว่าของมาถึงแล้วแต่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งน.ส.อัจฉรา จึงโอนเงินไป 2 ครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 80,000 บาท จากนั้นก็อ้างอีกว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของมีค่า ต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายอีก 2 แสนบาท ตนจึงเอะใจ ก่อนนำเรื่องมาปรึกษาตำรวจ และติดตามจับกุม น.ส.วิไลพร ได้
“พอรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้รู้สึกดีใจมาก ไม่คิดว่าจะทำงานได้รวดเร็วขนาดนี้ และเมื่อตนมาเจอหน้าผู้ต้องหา ตนรู้สึกแค้นมากมือไม้สั่นไปหมด อยากจะกระโดดถีบให้หายแค้น คุณเอาเงินค่าเรียนของลูกฉันไป ยิ่งไปเห็นภาพในเฟซบุ๊กที่โพสต์ ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ซื้อทอง ซื้อของใช้มีราคา แล้วจะสร้างบ้านใหม่อีก แต่ต้องห้ามใจไว้ เพราะกลัวทำไปแล้วจะตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย จึงได้ยืนดูด้วยความเคียดแค้น หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้นทำให้ตนรู้สึกหวาดระแวง ทำให้ไม่ไว้ใจคนที่บอกว่าเป็นโรคเดียวกับเรามาเห็นใจเรา ทำให้เราต้องไปตรวจสอบคนที่ให้กำลังใจเรา” น.ส.อัจฉรา กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาคุมตัวน.ส.วิไลพรและจะขยายผลไปยังเครือข่ายเบื้องหลังต่อไป ทั้งนี้น.ส.วิไลพรมีหมายศาลที่จังหวัดมีนบุรีอีกด้วย พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการออกหมายจับอีก 4 สน. ซึ่งจะได้ขยายผลคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแทบอ้วก!! เจอนมบูดยกกล่อง โพสเฟซบุ๊กโวยเจ้าของผลิตภัณฑ์

วันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พรพิมล ปัญญาแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 10 ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ว่าได้ซื้อนมกล่องยี่ห้อหนึ่งมารับประทาน แต่กลับพบว่ามีกลิ่นแปลกๆ แถมยังจับตัวเป็นก้อน ทั้งที่ยังไม่ถึงวันหมดอายุ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบน.ส.พรพิมล พร้อมนมกล่องยี่ห้อดังตั้งอยู่ จากนั้นน.ส.พรพิมล จึงได้เจาะกล่องนมให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ ก็พบว่ามีกลิ่นแปลกไปจากปกติ คล้ายกับนมนั้นเสีย ทั้งที่วันหมดอายุระบุวันที่ 2/3/17 จากนั้นได้ทำการผ่ากล่องดูก็พบว่านมมีลักษณะจับตัวเป็นก้อนคล้ายเต้าหู้น.ส.พรพิมล กล่าวว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนได้ซื้อนมดังกล่าวมา 1 แพ็ก จากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงบ้านจึงเอาแช่ตู้เย็นไว้ กระทั่งวานนี้ตนได้นำมาดื่ม แต่พอนำหลอดเจาะลงไปแล้วดูดปรากฎว่าดูดยากและมีกลิ่นแปลกๆ จึงได้บ้วนทิ้ง เมื่อผ่ากล่องนมดูและเทลงอ่างล้างหน้าพบว่าน้ำนมจับตัวเป็นก้อนคล้ายเต้าหู้ ซึ่งสังเกตจากบนกล่องระบุว่าหมดอายุวันที่ 2/3/17 แต่สงสัยว่าทำไม่น้ำนมเหมือนจะหมดอายุจึงได้โพสต์รูปลงเฟซบุ๊กส่วนตัวสอบถามเจ้าของผลิตภัณฑ์ให้ช่วยตรวจสอบ เนื่องจากอาจจะมีนมแพ็คอื่นเสียแบบนี้ หลังจากนั้นจึงได้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดกล่องนมทั้งหมดที่เหลือเพื่อพิสูจน์ พบว่าน้ำนมยังไม่จับตัวกันแต่กลิ่นกลับไม่เป็นปกติ

ที่มา>>>ข่าวสด

สะเทือนใจ! บุกทลายร้านอาหารเนื้อหมา เปิบเลือดสดๆ “น้องหมา”ตัวสั่นรอถูกเชือด

วันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจว็อทช์ด็อกไทยแลนด์ รายงานการจับร้านค้าเนื้อสุนัข ที่บ้านหนองแสง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่1 สนง.สนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 ( ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพรรณพืช เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.ห้วยผึ้ง และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือสุนัขได้ 2 ชีวิต คือ “ดำ”และ”น้ำตาล” ที่ครางหงิงๆและนอนหมอบตัวสั่นคากรงรอเวลาถูกเชือด และจับกุมตัว นางวารี ภูมิรัง อายุ 40 ปี พร้อมของกลางคือสุนัขเป็นๆ 2 ตัว เนื้อสุนัขชำแหละแล้วพร้อมเครื่องใน และอุปกรณ์การชำแหละ โดยแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐานกระทำอันเป็นการทารุณสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์และจัดการสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 กระทำการค้าสัตว์(สุนัข)ฯ ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 นายณรงค์ รัตนตรัยวงศ์ หน.ด่านกักกันสัตว์นครพนม เดินทางมารับสุนัขด้วยตนเอง เพื่อเข้าฟื้นฟูสุขภาพและจิตใจ ที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม พร้อมทำหมันแล้ววัคซีน ก่อนประกาศให้ผู้มีใจเมตตา ติดต่อขอรับอุปการะต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด