แห่ดูมันเทศยักษ์หัวใหญ่เท่าลูกบาส หนักกว่า 10 กิโลกรัม ผุดกลางสวนลำไยที่เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านอำเภอจอมทองเชียงใหม่ว่า พบมันเทศยักษ์ขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล บางลูกเท่าลูกฟุตบอลขนาดใหญ่กว่า 10 กิโลกรัม ในสวนลำไยที่ชาวสวนปลูกทิ้งไว้เพื่อนำมากิน เจ้าของทยอยขุดออกมาเพื่อนำไปขายต่อ เพราะกินไม่หมด เนื่องจากมีขนาดใหญ่มาก จากที่เคยมีขนาดไม่กี่ขีด แต่มาปีนี้ใหญ่โตจนต้องปล่อยไว้ในดิน รอมีคนมาซื้อ เนื่องจากหากขุดออกมาจากดินจะทำให้หัวมันฝ่อ201610101009103-20021028190509ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านข่วงเปาใต้ หมู่ 6 ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พบชาวบ้านกำลังตื่นตากับมันเทศยักษ์ใหญ่ ที่ปลูกไว้ในสวนลำไยของนายทอง ตุ้ยแก้ว อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 บ้านข่วงเปาใต้ หมู่ 6 ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง นำมันเทศที่ปลูกไว้มีขนาดใหญ่มากตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ไปจนถึงกว่า 10 กิโลกรัม แต่ยังไม่ได้ขุดออกมาจากดิน หลังจากก่อนหน้านี้นำกล้ามันเทศไปปลูกไว้โคนต้นลำไยภายในสวน

ชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสวน เพื่อดูหัวมันเทศใหญ่ยักษ์ดังกล่าวพบว่า ยังอยู่ในดินมีแต่หัวผุดขึ้นเหนือดินใต้ต้นลำไย จึงทดลองขุดเปิดหน้าดินถึงกับตะลึงความใหญ่โตของหัวมันที่ผุดขึ้นด้านล่างยังใหญ่มาก มีขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอล บางลูกเท่าลูกฟุตบอล เพราะยิ่งเปิดดินหัวจะเริ่มเห็นความใหญ่โตของมันเทศ ถึงแม้จะใช้มือขยับดันขยับหัวมันไปมา ก็ไม่สามารถขยับหัวมันได้เพราะติดแน่นไว้กับดิน201610101009108-20021028190509นายทอง กล่าวว่า มันเทศนำมาปลูกไว้ตามปกติเพื่อคลุมหน้าดิน หัวมันที่ได้จะเก็บไปกินเอง ทุกปีที่ผ่านมาหัวมันก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก แต่มาปีนี้หัวกลับใหญ่แบบผิดปกติ จนทำให้ปีนี้ต้องขุดไปขายเนื่องจากกินไม่หมด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่มีใครซื้อเพราะหัวใหญ่ เลยยังไม่ขุดขึ้นมา ต้องปล่อยไว้ในดินจนกว่าจะมีคนมาซื้อไป ส่วนลูกที่โตขึ้นมาก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่รดน้ำให้ปุ๋ยให้กับต้นลำไยตามปกติ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่หัวมันปลูกไว้ อาจจะได้รับปุ๋ยที่ใส่ให้กับต้นลำไย201610101009107-20021028190509ส่วนนายประพันธ์ ทองดี อายุ 73 ปี บ้านเลขที่ 235 หมู่ 6 บ้านข่วงเป่า เจ้าของร้านขายของชำ ได้ซื้อมันเทศมาทำมันทอดขายกับกล้วยทอด บอกว่า ช่วงแรกหัวมันที่นายทองนำมาขายให้มีขนาดทั่วไป ตนจึงนำไปทอดขายกับกล้วยทอดแต่ยังเหลือ อีกหัวหนึ่งมีน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ลองวัดยาว 30 เซนติเมตร วัดรอบได้ 60 เซนติเมตร โดยซื้อมากิโลกรัมละ 10 บาท ทำให้ตอนนี้ไม่ต้องไปซื้อจากตลาดมาทอดขาย เพราะปกติจะไปซื้อวันต่อวัน แต่ตอนนี้มีมันหัวใหญ่ทำให้ใช้ทอดขายได้ได้หลายวัน

ที่มา>>>ข่าวสด

สองเขื่อนใหญ่ใกล้วิกฤติวอนช่วยประหยัดน้ำ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 พ.ค. นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ เผยว่า น้ำดิบสำรองที่ใช้บริหารจัดการช่วงหน้าแล้งในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลอ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำดิบคงเหลือทั้งสิ้น 23.71 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณน้ำที่ใช้การได้เพียง 17.44 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 1 มิ.ย.2559 หรือเหลืออีกเพียง 21 วันเท่านั้น น้ำต้นทุนก็จะหมดเหลือเพียงก้นเขื่อน 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เอาไว้ใช้สำรอง ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด เหลือน้ำในเขื่อน 23.71 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำที่ใช้การได้เพียง 9.71 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น จึงขอให้ประชาชนชาว จ.เชียงใหม่ ช่วยกันประหยัดน้ำให้มากที่สุด ส่วนการช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยแล้งใน อ.จอมทอง ทางชลประทานเชียงใหม่ได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนแม่งัดไปถึง อ.จอมทองแล้ว โดยประชุมร่วมกับฝ่ายปกครอง ใน อ.ดอยหล่อ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และ อ.ป่าซาง อ.เวียงหนองหล่อง จ.ลำพูน ร่วมกันบริหารจัดการแบ่งปันน้ำซึ่งกันและกันและไม่ต้องมาทะเลาะแย่งน้ำกันอีก ขณะเดียวกันทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ได้สั่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลมาสูบน้ำจากลำน้ำปิงในเขต อ.จอมทอง ไปช่วยเหลือชาวสวนลำไยที่กำลังประสบภัยแล้งยืนต้นตายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ด้านนายมงคล สุกใส รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้วางแผนในการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คาดว่าอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ น่าจะมีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งของจังหวัดเชียงใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทานได้รับผลกระทบอย่างหนักกว่าในเขตที่ชลประทานไปถึง โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนลำไย ที่เคยมีรายได้จากการขายลำไยต้องหมดเนื้อหมดตัวเนื่องจากลำไยไม่มีน้ำทยอยยืนต้นตายไปเป็นจำนวนมากต้นลำไยยืนต้นตายทั้งสวน

นางบุญมี ชนะแสน อายุ 71 ปี เจ้าของสวนลำไย บ้านห้วยบง ต.สันติสุข อ.ดอยหล่อ เล่าว่า ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอภัยแล้งหนักหนาสาหัสแบบนี้ บ่อบาดาลในสวนลำไยแห้งไม่สามารถสูบน้ำมาใส่สวนลำไยได้ ต้องปล่อยให้ต้นลำไยยืนต้นตายไปทั้งสวน รวมทั้งสวนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบๆเดียวกันลำไยก็ทยอยยืนต้นตายเช่นกัน ส่วนน้ำในการอุปโภคบริโภคต้องรอรถน้ำจาก อบต.มาแจกให้ ตอนนี้ชาวสวนลำไยรอเพียงฝนที่จะตกลงมาช่วยเท่านั้น และยังไม่ทราบชะตากรรมในวันข้างหน้าว่าต้นลำไยที่ใบแห้งตายจะพลิกฟื้นคืนชีพกลับมาได้หรือไม่ อย่างไรก็ดี สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เร่งสำรวจต้นลำไยของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยเฉพาะชาวสวนที่อยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทานพบว่ามีชาวสวนลำไยที่ได้รับผลกระทบหนักคือ อ.ดอยหล่อ อ.จอมทอง และ อ.ดอยเต่า อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายส้มเขียวหวานแห้งหล่นเป็นจำนวนมาก

ที่ จ.แพร่ นายบุญยภาช สิทธิ์วงค์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 287 หมู่ที่ 4 บ้านวังลึก ต.นาพูน อ.วังชิ้น เจ้าของสวนส้มเขียวหวาน กว่า 20 ไร่ ระบุว่า ปีนี้เจอภัยธรรมชาติอย่างที่ไม่คาดคิด สวนส้มใน อ.วังชิ้น และ อ.ลอง ต้องอาศัยน้ำจากแม่น้ำยม เป็นหลัก แต่สองเดือนมานี้แม่น้ำยมแห้งขอดไม่มีน้ำไหล ชาวสวนส้มเขียวหวานได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักยืนต้นแห้งตาย ส่วนที่เหลือก็หล่นใช้การไม่ได้ ไม่คุ้มกับการลงทุน.แม่น้ำแห้งขอดไม่มีน้ำไหล

ที่มา>>>Thairath