รอปาฏิหาริย์! ดญ. 7 ขวบป่วยเป็นมะเร็งตา ใบหน้าบวมเป่ง ต้องเร่งผ่าตัดไม่งั้นตาย!

เว็บไซต์เมล์ออนไลน์ของอังกฤษนำเสนอเรื่องราวของ ด.ญ.เซห์ซาดี อายุ 7 ขวบ จากปากีสถาน ซึ่งสูญเสียดวงตาข้างซ้ายเนื่องจากมะเร็งตาตั้งแต่อายุ 8 เดือน กำลังนับถอยหลังใกล้ความตาย หากไม่ได้รับการรักษาในเวลารวดเร็วนางมูซัมมัต จาฮัน อายุ 50 ปี ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า พระเจ้าทรงทราบว่า ลูกสาวสามารถมองเห็นอีกครั้งหรือไม่ ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ“ลูกสาวสวยและแข็งแรง แต่วันหนึ่งเริ่มร้องไห้จนงอหาย เมื่อดิฉันอุ้มขึ้นมา ก็เห็นดวงตาแดงๆ และน้ำตาไหลออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ”
ครอบครัวพยายามพบแพทย์ในหลายเมืองใกล้บ้าน แต่วินิจฉัยโรคไม่ได้ และแนะนำพบแพทย์ขั้นสูงที่อยู่ห่างไกลออกไป ในที่สุด แพทย์รายหนึ่งวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งตา และผ่าตัดออกอย่างปลอดภัย แต่ไม่กี่เดือน ใบหน้าเริ่มบวมเป่งอีกครั้ง จนขนาดเท่ากับลูกฟุตบอลนายอาลี ฮัสสัน ชาอิก อายุ 55 ปี กล่าวว่า หมดเงินเก็บทั้งหมดไปกับการเดินทางไปพบแพทย์ต่างเมือง แต่ตอนนี้ไม่มีเงินรักษาลูกสาวต่อไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างร้องขอเจ้าของที่ดิน นักธุรกิจ และรัฐบาลในการช่วยเหลือการรักษาลูกสาวตัวเอง

ที่มา>>>ข่าวสด

“ปลูกทานตะวัน” สู้ภัยแล้งรายได้ดี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายวโรชา จันทโชติ อายุ 49 ปี เกษตรกรหมู่ 8 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดเผยถึงแปลงปลูกทานตะวันกับแปลงปลูกดาวเรืองกว่า 50 ไร่ ริมถนนสายวิเศษ-อ่างทอง ใกล้กับวัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ว่า เป็นผลงานที่เกิดขึ้นได้จากฝีมือของตนและลูกทีม

ในสวนมะนาวพันธุ์แป้นวโรชา ที่ทำขึ้นเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาในพื้นที่ จ.อ่างทอง และชาวบ้านใกล้เคียงได้มาดูมาชื่นชม พร้อมกับคิดใหม่ทำใหม่อย่าได้สิ้นหวัง กับภาวะภัยแล้ง เพราะยังมีพืชอีกหลายตัวที่สามารถสู้แล้งได้อย่างเช่น ต้นทานตะวันกับดาวเรือง“ทานตะวันกับดาวเรืองที่ปลูกขึ้นมาในครั้งนี้ โดยต้นทานตะวันใช้วิธีการปลูกแบบหยอดหลุม ใช้ระยะเวลาการปลูกเพียง 55 วัน จะให้ดอกได้แล้ว และจะบานเป็นระยะเวลา 8-10 วัน ซึ่งยังคงบานให้เห็นไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ส่วนแปลงปลูกดาวเรือง จะต้องเพาะกล้าในถาด 12 วัน ก่อนนำปลูก ลงดิน อีก 50 วัน จึงออกดอก แต่สามารถเก็บผลผลิต ดอกดาวเรืองขายได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน แถมการให้น้ำ เพียง 3 วันต่อครั้งเท่านั้น หากนำไปขายได้ราคาดี ทำให้ครอบครัวมีความสุข แม้ว่าจะไม่มีน้ำมาทำนา ก็สามารถทำการปลูกพืชชนิดอื่นได้”นายวโรชาบอกอีกว่า ทุกวันนี้เห็นเกษตรกรรายอื่นๆที่ทำนา ต่างหมดความหวังเพราะรอน้ำฝน บางรายฝนตกลงมาไม่มากนักก็ดีใจเร่งหว่านนาเพื่อปลูกข้าว แต่ผลปรากฏว่า ฝนตกลงมาไม่มากนัก ส่งผลให้ต้นกล้าต้องแห้งเหี่ยวตาย ขาดทุนขาดรายได้ จึงขอฝากเตือนให้พวกเราควรระมัดระวังอย่าได้รีบร้อน ปลูกข้าวในตอนนี้ รอฟังทางรัฐบาลว่าจะดำเนินการ เช่นไร ส่วนหากมีเวลาว่างอยากให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.อ่างทอง และใกล้เคียงได้มาศึกษาดูงาน วิธีการปลูก การขยายพันธุ์ และมาชื่นชมแปลงทานตะวันกับดาวเรือง ที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในขณะนี้ ไปไม่ถูกสอบถามเส้นทางกับนายวโรชาได้ที่ 09-0307-5216.

ที่มา>>>Thairath