ชาวบ้านฮือฮา!เปิดโบสถ์เก่าอายุ 100 ปี พบ ‘พระพุทธรูปเท้าโผล่’ นิพพานท่าตะแคงในโลงไม้ (คลิป)

 เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ก.ย. พระครูวินัยธรรมนัส จันทะสีโร เจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ ต.ท่าฬ่อ อ.เมือง จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ทางวัดท่าฬ่อพบพระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน เนื้อทองสัมฤทธิ์ ภายในอุโบสถหลังเก่า หลังจากที่ปิดตายมานานกว่า 100 ปี พระพุทธรูปดังกล่าว คือพระเท้าโผล่ หรือชาวบ้านเรียกกันว่าพระตีนโด่ ในประเทศไทยที่ค้นพบมีเพียง 2 แห่งเท่านั้น คือที่วัดศรีมหาธาตุวรวิหาร จ.พิษณุโลก และที่วัดท่าฬ่อ จ.พิจิตร ซึ่งปางที่พบพุทธศาสนิกชนทั่วไป จะไม่ค่อยได้พบเห็นกันมากนัก โดยลักษณะจะเป็นพระพุทธเจ้านิพพาน สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ นิพพานท่าตะแคงในโลงไม้ เท้าทั้งสองข้างจะโผล่ออกมาจากโลง ซึ่งโลงจะเป็นไม้แผ่นเดียว ไม่มีลอยเจาะหรือต่อแต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด พระครูวินัยธรรมนัส เจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ กล่าวต่อว่า พระพุทธรูปที่ค้นพบในอุโบสถเก่านั้น เดิมเป็นพระประธานอยู่ในพระอุโบสถเก่าแก่ สร้างขึ้นประมาณ ปี พ.ศ.2410 สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือราวสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า การกราบไหว้พระพุทธเจ้าเข้านิพพาน จะทำให้หมดทุกข์หมดโศก หมดโรค หมดภัย และค้าขายร่ำรวย “พระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้านิพพานองค์ที่พบในโบสถ์เก่าวัดท่าฬ่อนั้น ถือว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ที่สมบูรณ์มากและหาชมยากมาก ซึ่งเวลานี้มีประชาชนที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาขอชมบารมีพระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้านิพพานเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางวัดเปิดให้ประชาชนเดินทางมากราบไหว้ได้ทุกวัน นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถหลังเก่า ที่ถูกปิดมานานกว่าหนึ่งร้อยปี ยังพบภาพวาดพุทธประวัติ และความเป็นมาของการสร้างพระเจ้าเข้านิพพานตามฝาผนัง ที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ นับว่าเป็นศิลปกรรมเก่าแก่ที่หาชมได้ยาก และมีคุณค่าทางจิตใจของชาวท่าฬ่อเป็นอย่างมาก” เจ้าอาวาสวัดท่าฬ่อ กล่าว พระครูวินัยธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับพระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน หรือ “พระเจ้าเข้านิพพาน” ของวัดท่าฬ่อนั้น ถือว่าเป็นพระพุทธรูปองค์ที่เก่าแก่และสมบูรณ์มากที่สุดและหาชมยากที่สุด ซึ่งทางวัดได้เก็บรักษาไว้อย่างดี ในอดีตที่ผ่านมา โบสถ์หลังเก่าได้ปิดร้างมานานกว่า 100 ปี และไม่ได้เปิดฝาโลงดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานาน ในปัจจุบันพระอุโบสถหลังใหม่ มีน้ำรั่วซึมเข้ามาในช่วงหน้าฝน จึงอัญเชิญมาไว้ที่กุฏิเจ้าอาวาสเป็นการชั่วคราว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีประชาชนทั่วสารทิศ เดินทางไปกราบนมัสการพระพุทธรูปปางพระพุทธเจ้าเข้านิพพาน ที่วัดท่าฬ่อกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งพระพุทธรูปดังกล่าวนั้น เชื่อกันว่าเมื่อมากราบไหว้ขอพรแล้ว จะทำให้หมดเคราะห์หมดโศกหมดโรคหมดภัย และทำการค้าขายเจริญร่ำรวย ซึ่งประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้พระพุทธรูปปางนิพพานแล้ว ส่วนใหญ่จะเดินชมภาพพุทธประวัติ และความเป็นมาของพระพุทธเจ้าเข้านิพานด้วยเช่นกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮือฮา!! เสียงร่ำไห้ดังจากโบสถ์-พระพุทธรูปหลั่งน้ำตา หลังสิ้นเจ้าอาวาส

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านถิ่นนอก หมู่ 2 ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ว่า เมื่อคืนที่วันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมาได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากอุโบสถวัดถิ่นนอกและมีพระพุทธรูปซึ่งเป็นพระประธานในวัดอุโบสถวัดถิ่นนอกมีน้ำตาไหลเสียใจ ที่วัดถิ่นนอกต้องสูญเสียพระครูบุญศิลป์ ยสินธโร เจ้าอาวาสวัดถิ่นนอก ซึ่งมรณภาพไปเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ที่ โรงพยาบาลแพร่

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดถิ่นนอก ตั้งอยู่เลขที่ 148 หมู่ 2 ตำบลบ้านถิ่น อำเภอเมืองแพร่ พบพระภาณุพงศ์ ประภาโต อายุ 60 ปี พระลูกวัด วัดถิ่นนอก เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยพระภาณุเพงศ์ เผยว่า ได้ยินชาวบ้านในละแวกใกล้วัด พูดกันว่ามีเสียงคล้ายคนร้องไห้ดังออกมาจากวัดถิ่นนอก แต่ไม่ทราบว่าดังไปจากช่วงเวลาใดของคืนวันที่ 7 และ 8 สิงหาคม 2559 ก่อนที่พระครูบุญศิลป์ยสินธโร เจ้าอาวาสจะมรณภาพ แต่พระประธานสององค์ในอุโบสถร้องไห้เห็นน้ำตานั้นมีจริง ต่อมาพระภาณุพงศ์ ประภาโต พระลูกวัด วัดถิ่นนอก ซึ่งเป็นพระที่ใกล้ชิดพระครูบุญศิลป์ ยินธโร เจ้าอาวาสวัดวัดถิ่นนอก นำผู้สื่อข่าวเข้าไปในอุโบสถวัดถิ่นนอก พบว่ามีพระประธาน จำนวน 3 องค์ พระภาณุพงศ์ ชี้ให้ดูพระประธานองค์กลางเป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ขัดสมาธิหน้าตักกว้าง ประมาณ 3 เมตร โดยที่บริเวณตาข้างซ้าย มีรอยคราบน้ำตาติดอยู่ และพระประธานองค์ที่อยู่ทางขวามือ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น นั่งขัดสมาธิ ปิดทองหน้าตักกว้างประมาณ 2 เมตร มีคราบน้ำตาทั้ง 2 ข้าง พระภาณุพงศ์ ประภาโต กล่าวว่า ในอุโบสถ หลังคาโบสถ์ก็ไม่ได้รั่ว พินิจพิจารณาดูดีๆ เหมือนคราบน้ำตาจริงๆ พระพุทธรูปปูนปั้นทั้ง 2 องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีอายุ กว่า 300 ปี พระพุทธรูปคงจะโศกเศร้าเสียใจที่พระครูบุญศิลป์ ยสินธโร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดถิ่นนอกมานาน ได้มรณภาพลง

โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญฯ เตรียมเข้าไปตรวจสอบว่าคราบที่ดวงตาพระพุทธรูป เกิดจากสาเหตุใด

สำหรับพระครูบุญศิลป์ ยสินธโร เจ้าอาวสาวัดถิ่นนอก อายุได้ 69 ปี พรรษา 34 ปี วุฒิการศึกษา นักธรรมเอก ม.6 การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดแพร่ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดถิ่นนอกเมื่อปี พ.ศ.2534 เกียรติคุณที่ได้รับสูงสุด คือ รางวัลพระราชเสาเสมาธรรมจักร เมื่อ ปี พ.ศ.2541 ประเภทผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการศึกษา ศูนย์ก่อนเกณฑ์ ในวัด เป็นพระที่ใช้ภาษาถิ่น ทั้งพูดและเทศน์ เป็นภาษาถิ่น เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ถึงแก่มรณภาพ ด้วยโรคเบาหวาน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ที่ ร.พ.แพร่ ด้วยอาการสงบ หลังเข้ารักษาหลายวัน และวันนี้ (9 สิงหาคม 2559) เวลา 15.00 น. ทางคณะสงฆ์จังหวัดแพร่ จะเคลื่อนศพจาก ร.พ.แพร่ ไปวัดถิ่นนอก เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิดทองตรงไหน ได้อานิสงส์อย่างไร?

ปิดทองหลังพระ” หมายถึง “การที่คนเรา ทำสิ่งดีเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังในสิ่งตอบแทน” สุภาษิตนี้ ชาวสนุก!ดูดวงคงเคยได้ยินมาตั้งแต่สมันยังเรียน ขยายความคือ เป็นเรื่องของคนที่ทำความดีกับผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทน

ชาวพุทธมีความเชื่อว่าเป็นการสร้างบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ด้านการงานหากต้องการความสำเร็จในสิ่งที่ทำไปแล้วโดยฉับพลันทันที

ปิดทองตรงไหน ได้อานิสงส์อย่างไร?

การสร้างอานิสงส์โดยการปิดทองพระพุทธปฏิมาจึงเป็นสิ่งที่ให้ผลโดยตรง โดยมีความเชื่อว่าผู้ที่ได้มีโอกาส ปิดทองพระ ไม่ว่าจะเกิดภพชาติใดจะมีผิวพรรณผ่องใสงดงาม มีสง่าราศี เป็นที่ถูกเนื้อต้องใจของผู้ที่พบเห็น

ส่วนอานิสงส์ผลบุญที่ให้เห็นในชาตินี้ ชาวพุทธมีคติความเชื่อว่ามาตั้งแต่โบราณมาถึงปัจจุบันดังต่อไปนี้

อานิสงส์ของการปิดทอง

อานิสงส์ของการปิดทองในตำแหน่งต่างๆ

ถ้าปิดที่พระพักตร์ (ใบหน้า) มีความเชื่อว่าทำให้หน้าที่การงานชีวิตเจริญรุ่งเรือง

ปิดบริเวณพระอุทร (ท้อง) มีความเชื่อว่าจะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง

ปิดที่พระนาภี (สะดือ) มีความเชื่อว่า ตลอดทั้งชีวิตจะไม่รู้จักคำว่าอด สมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์สิน

ปิดที่พระเศียร (ศีรษะ) มีความเชื่อว่า จะทำให้สติปัญญาความจำเป็นเลิศ สามารถแก้ไขฟันฝ่าปัญญาอุปสรรคของชีวิตได้ตลอด

ปิดที่พระอุระ (หน้าอก) มีความเชื่อว่า ทำให้มีความสง่าราศีเป็นที่ถูกใจของคนทั่วๆ ไป

ปิดที่ระหัตถ์ (มือ) มีความเชื่อว่าทำให้เป็นคนที่มีอำนาจบารมี

ปิดที่พระบาท (เท้า) มีความเชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยที่พักอาศัยและยวดยานพาหนะ

การไหว้พระปิดทองนั้น เป็นคติธรรมมุ่งหมายถึงการได้บูรณะต่อองค์พระพุทธปฏิมา เพื่อผลแห่งอานิสงส์ที่จะให้ผลโดยทันที ผู้ที่เกิดเคราะห์กรรมหรือวิบากกรรม อุปสรรค ความมั่วหมองในชะตาชีวิต

นอกจากนี้แล้ว การปิดทองหลังพระนั้น มีคติความเชื่อว่าถ้าจะให้การปิดทองทั้งหมดสมบูรณ์ต้องปิดด้านหลังด้วย เช่น กรณีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แม้การปิดทองบริเวณฐานของรองขององค์พระทำให้หน้าที่การงานมั่นคงเจริญก้าวหน้า

ที่มา>>>Sanook