เรือ “คลองแสนแสบ” เริ่มวิ่งเที่ยงวันนี้ หลังกทม.พร่องน้ำรับฝนตกเหลือ 70 ซม.

 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาว่าการกทม. กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า ขออภัยพี่น้องประชาชน ในความจำเป็นต้องพร่องน้ำคลองแสนแสบลงเพื่อรองรับน้ำฝนที่จะเข้ามาในช่วง 2-3 วันนี้ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น กทม.จะรักษาระดับน้ำในคลองแสนแสบจากประตูน้ำถึงสะพานผ่านฟ้าฯ ในระดับ 70 เซนติเมตร คาดว่าจะสามารถเดินเรือในคลองแสนแสบได้ตลอดช่วงวัดศรีบุญเรืองถึงสะพานผ่านฝ้าฯ ได้ตั้งแต่ 12.00 น. ของวันนี้ แต่หากกทม.จำเป็นต้องพร่องน้ำในคลองแสนแสบอยู่ที่ -100 เซนติเมตร ก็จำเป็นต้องหยุดเดินเรืออีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังสามารถให้บริการเดินเรือได้ตั้งแต่ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ ถึงท่าเรือประตูน้ำ ทั้งนี้ สอบถามการเดินเรือคลองแสนแสบได้ที่บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด โทร.0-2375-2369

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านร้องฟาร์มหมูแอบปล่อยน้ำเสียช่วงฝนตก พืชผักแห้งเหี่ยวตาย 4 ตำบล

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในหมู่ 2 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ว่าน้ำในลำห้วยทับใต้ ซึ่งเชื่อมต่อถึง 4 ตำบล คือ ต.ห้วยไผ่ ต.ดอนแร่ ต.อ่างทอง และต.หน้าเมือง ในเขตพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี เกิดเน่าเสีย น้ำมีสีดำคล้ำและส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านที่อยู่ริมลำห้วยดูดน้ำขึ้นมารดพืชผัก ก็ทำให้ผักเริ่มแห้งเหี่ยวตาย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พบนายสมชาย หลวงละ อายุ 46 ปี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลำห้วยทับใต้ และชาวบ้านกำลังมาดูน้ำเสียที่บริเวณประตูน้ำในลำห้วยทับใต้ พร้อมกับถือป้ายข้อความว่า “ทำไมพวกเราชาวเกษตร ต่อสู้กันมาตั้งนานไม่จบสักที เดี๋ยวฟาร์มหมู เดี๋ยวบ่อกุ้ง ปล่อยน้ำเสีย สร้างความเดือดร้อนให้พวกเราไม่รู้จักจบสักที” นายสมชาย กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในลำห้วยเน่าเสียอย่างมาก เพราะน้ำนั้นดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น เมื่อนำไปรดพืชผักก็ทำให้ใบไหม้หมด ที่ผ่านมาเวลาฝนตก ก็จะมีฟาร์มหมูและฟาร์มกุ้งซึ่งมีอยู่รอบๆตำบลห้วยไผ่หลายฟาร์ม แอบปล่อยน้ำเสียผสมลงมา ช่วงที่น้ำในลำห้วยไม่เสีย ชาวบ้านเคยเก็บผลผลิตได้ครั้งละประมาณ 100 กิโลกรัม แต่ในช่วงที่น้ำเสียเมื่อนำน้ำไปรดทำให้เก็บผลผลิตได้น้อยลงเหลือเพียงแค่ 20 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรต้องใช้น้ำในลำห้วยแห่งนี้ เพราะถ้าไปใช้น้ำจากแหล่งอื่นก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนมากกว่านี้ ซึ่งชาวบ้านก็ได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ยังเงียบอยู่ ซึ่งตอนนี้น้ำไหลไปถึง 4 ตำบลแล้ว ถ้ายังปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้จะเดือดร้อนกันทั้งลำห้วย ด้านนางจินดา ดวงใจ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 2 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง เกษตรกรที่เพาะเห็ดหูหนูขาย บอกว่า ที่ผ่านมาใช้น้ำในลำห้วยทับใต้รถเห็ดมาตลอดไม่เคยมีปัญหา แต่เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก และสังเกตเห็นว่าน้ำในลำห้วยนั้นมีสีดำคล้ำมีกลิ่นเหม็น เมื่อนำมารดเห็ดหูหนูก็ทำให้ก้อนเห็ดสีขาวกลายเป็นสีดำ ดอกเห็ดก็ไม่ออก จึงเชื่อว่าน่าจะมาจากน้ำในลำห้วย ซึ่งไม่ทราบว่าน้ำนั้นเสียเพราะอะไร และคงจะต้องทิ้งก้อนเห็ดแล้วทั้งที่เพิ่งเก็บได้เพียง 2 ครั้ง จากที่เคยเก็บได้มากกว่า 6-7 ครั้ง นางสายฝน เกตุแดง อายุ 49 ปี เกษตรกรปลูกผักหวาน กล่าวว่า ผักหวานที่ตนปลูกไว้จะใช้วิธีตัดแต่งกิ่ง หลังจากเก็บแล้วเพื่อให้แตกใหม่ โดยใช้น้ำในลำห้วยมารด แต่เมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นำน้ำในลำห้วยมารดต้นผักหวานก็พบว่าใบที่แตกใหม่นั้นเริ่มหงิกงอ และเริ่มเหี่ยว ทำให้ไม่สามารถเก็บผักหวานไปขายได้ทำให้ขาดรายได้ เพราะที่ผ่านมาเคยเก็บผักหวานได้หลายสิบกิโลกรัม ตกกิโลกรัมละ 60-70 บาท แต่ขณะนี้เก็บไม่ได้เลย

ส่วนแตงกวาที่ปลูกไว้ก็แคระแกน ต้นเล็กและไม่ออกลูกทั้งที่ปลูกไว้ถึง 30 วันแล้ว ซึ่งปกติจะเริ่มเก็บผลผลิตได้แล้ว ส่วนมะเขือก็ใบเริ่มแห้งและร่วง เหลือแต่ลูกมะเขือ ซึ่งถ้าเก็บลูกมะเขือแล้วคงต้องตัดต้นทิ้งเพราะต้นเริ่มตายแล้ว สาเหตุก็เพราะใช้น้ำเสียในลำห้วยมารดทำให้พืชผลทางการเกษตรตายหมด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งเข้าไปแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน ก่อนที่จะเดือดร้อนไปมากกว่านี้

ที่มา>>>ข่าวสด