สาวใหญ่กลับจากงานเลี้ยง เดินให้รถไฟชนดับสยอง ชิ้นส่วนกระเด็นว่อน คาดเมาหรือปัญหาส่วนตัว

วันที่ 5 ก.พ. หน่วยกู้ภัยสว่างอริโยธรรมสถานบ้านหมี่ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถไฟชนคน เสียชีวิต บริเวณ ทางกั้นรถไฟ ม.1 ต.หนองเต่า อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี จึงจัดกำลังอาสาสมัครไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับแจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมี่

โดยที่เกิดเหตุเป็นทางข้ามถนน มีที่เปิด ปิดกั้นรถ หากจากสถานีรถไฟ หนองเต่า ประมาณ 300 เมตร พบ ชิ้นส่วนผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกรถไฟขบวนที่ 8 เชียงใหม่-กรุงเทพ ชนสภาพชิ้นส่วนคนกระจัดกระจาย เกลื่อนตามทางรถไฟ จากจุดชน ชิ้นส่วนกระเด็นไปไกลถึง 100 เมตร ไม่เป็นรูปร่างของคน อาสาสมัครกู้ภัยจึงได้เก็บรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมด ต่อมาได้ทราบชื่อผู้เสีย คือ นางวรีรัตน์ ชไนเดอร์ อายุ 49 ปี ซึ่งสามีเป็นชาวต่างชาติ

จากการสอบถามนาง ฐิติยา กั้นธรณ์ อายุ 58 ปี เล่าว่า ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ ไปงานกินเลี้ยงในหมู่บ้านใกล้เคียง ได้ดื่มสุราด้วยคาดว่าจะมีอาการมึนเมา หรืออาจจะมีปัญหาอะไรสักอย่างตนไม่ทราบ พอมาถึงที่เกิดเหตุ ได้จอดรถจักรยานยนต์ แล้วเดินให้รถไฟชน ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

“น้องแน๊ต” เผยเหตุเคยคิดหย่าสามีฝรั่งวัย 70 เพราะกลัวหัวใจวายคาอก!!

เป็นอีกคลิปของ “ข่าวสด” ที่กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในวันนี้ หลัง “น้องแน๊ต เกศรินทร์” เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวข่าวสดถึงเรื่องราวความรักกับสามีชาวต่างชาติที่เป็นที่จับตามอง โดยครั้งนั้น แน๊ตเผยว่า เคยคิดจะหย่ากับสามีมาแล้ว!584210541200000โดยในคลิปของข่าวสดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา น้องแน๊ตเผยสาเหตุที่ทำให้เคยคิดหย่ากับสามี นายแฮโรลด์ เจนนิงส์ เนสแลนด์ เศรษฐีพันล้าน วัย 70 ปีว่า “เพราะตัวเองเป็นคนไฮเปอร์ เป็นคนไม่ค่อยอยู่บ้าน ชอบไปวัด ไปโน่นไปนี่ ไม่เกี่ยวกับว่าไม่รักเขาแล้ว มันรู้สึกอยากปลีกวิเวก ไม่อยากเอาใจใคร แล้วเวลาเรากับเขามันห่างกัน เดือนหนึ่งมาหากันที หลังจากนั้นก็รู้สึกว่ามันไม่เวิร์ก แล้วเราก็มีคนมาชอบเยอะ”3363636330“สามีเป็นโรคหัวใจ ก่อนหน้านี้แต่งงานกันปีสองปีแรกก็มีเพศสัมพันธ์แต่ไม่บ่อย เพราะเราไม่ได้อยู่กับเรื่องพวกนี้ แต่เราเคยมีกับเขาแล้วเขาเป็นโรคหัวใจ แล้วเขาเป็นประเภทที่ถึงเวลาต้องเอายาอมไว้ใต้ลิ้น เราเห็นเขาก็ตกใจมาก จะตายมั้ยเนี่ย เราก็กลัว ก็เลยแบบว่ารักษาชีวิตเขาไว้ดีกว่า”ffrrr

ที่มา>>>ข่าวสด

เร่งค้นหานักท่องเที่ยวเดินเข้าถ้ำที่แม่สาย ก่อนหายตัวลึกลับ!นาน 7 วันยังไร้วี่แวว

เมื่อวันที่ 18 สค. พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตระไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้ระดมขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวนมาก เพื่อช่วยค้นหานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่คาดว่าจะหลงในถ้ำ เหตุเกิดบริเวณวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งอยู่ ม.9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ห่างจากถนนพหลโยธินสายแม่สาย-เชียงราย เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลัง พร้อมอุปกรณ์ ไฟส่องสว่าง เชือก อุปกรณ์สื่อสาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของวนอุทธยานฯ วางแผนการเดินทางเข้าถ้ำ เพื่อปฏิบัติการภาระกิจค้นหานักท่องเที่ยวทันที โดยมีอาสากู้ภัยกว่า 30 คนมารวมตัวกัน ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้ ทางสภ.แม่สาย ได้รับแจ้งจากแม่ค้าขายของบริเวณใกล้วนอุทธยานถ้ำหลวงว่า สงสัยจะมีนักท่องเที่ยวหลงในถ้ำ หรืออาจจะได้รับอันตรายติดอยู่ในถ้ำ จึงมาแจ้งให้ตำรวจมาช่วยค้นหา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว แม่ค้าเล่าว่าเมื่อวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเป็นชายอายุประมาณ 50-60 ปี ไม่มั่นใจว่าเป็นชาวญี่ปุ่นหรือชาวจีน พูดภาษาไทยได้นิดหน่อย ไม่ค่อยชัด ปั่นจักรยานมาคนเดียวมีกระเป๋าใบใหญ่ติดมาด้วย จากนั้นมาขอจอดรถใว้ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ ร้านขายของและพูดว่าจะ เดินเข้าไปเที่ยวในถ้ำ ทำท่าทางเหมือนจะไปนั่งสมาธิ บอกว่าฝากรถจักรยานใว้ 2 วัน หลังจากนั้นเดินเข้าถ้ำไปลำพังคนเดียว จากนั้นแม่ค้าก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก จนมาเมื่อเช้าวันนี้เพื่อนแม่ค้าด้วยกันได้มาทักว่า จักรยานใครมาจอดทิ้งใว้ใกล้ร้าน ตนนึกขึ้นได้ว่ามีนักท่องเที่ยวมาฝากไว้ นับเวลาได้เกือบ 7 วันแล้ว จึงคิดว่าจะเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว รีบไปเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังและรีบโทรแจ้งตำรวจในที่สุด ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเดินทางมาช่วยค้นหา จากการตรวจสอบบริเวณหน้าถ้ำ พบน้ำผลไม้และขนม วางทิ้งไว้ที่ปากถ้ำ ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นของนักท่องเที่ยวคนที่หายไป หรือของนักท่องเที่ยวคนอื่น เจ้าหน้าที่ได้แบ่งทีมค้นหา ซึ่งได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่วนอุทธยานว่าถ้ำมีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร มีทางแยกหลายจุด ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตก ทำให้ในถ้ำมีน้ำไหลเชี่ยวหลายจุด ต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมาก อย่าเสี่ยงเป็นอันขาด ซึ่งแม้ว่าช่วงแรกของถ้ำจะเป็นลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปก็มีความมืดจนมองเห็นไม่ และเมื่อลึกเข้าไปก็มืดสนิท ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินสำรวจเข้าไปได้ประมาณ 800 เมตร ก็ไม่พบบุคคลใดอยู่ พบเพียงข้อความเป็น 2 ภาษาคือภาษาจีนเขียนว่า “เห่อยิง” และภาษาอังกฤษอ่านได้ว่า “อาเหว่ย” อยู่บนผนังถ้ำ แต่ไม่สามารถระบุชัดได้ว่า เป็นฝีมือของนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามตะโกนเรียกและฟังเสียงตอบ ซึ่งการค้นหาเริ่มไปแล้วกว่า 4 ชั่วโมง ยังไม่มีรายงานว่าพบตัวนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด หากพระอาทิตย์ตกดิน ทางหน่วยกู้ภัย จะหยุดการค้นหาและเริ่มต้นวางแผนใหม่ในวันรุ่งขึ้น

ที่มา>>>ข่าวสด