ชาวซีเรียร่ำไห้ดีใจ ไอเอสเผ่นพ้นเมือง แต่2พันคนถูกจับเป็นโล่มนุษย์

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. เอเอฟพีรายงานสถานการณ์สู้รบต่อต้านกองกำลังนักรบของรัฐอิสลาม หรือไอเอส ในประเทศซีเรีย กองกำลังติดอาวุธประชาธิปไตยซีเรีย หรือเอสดีเอฟ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร รุกไล่นักรบไอเอสส่วนใหญ่ออกไปจากเมืองมันบิจ ทางภาคเหนือของประเทศได้สำเร็จแล้ว ชาวบ้านในเมืองหลายคนถึงกับร่ำไห้ดีใจที่ได้รับการปลดปล่อยจากไอเอส  กองกำลังเอสดีเอฟบุกเข้าเมืองดังกล่าวตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในจังหวะ ไอเอสล่าถอย ได้ลักพาตัวพลเมืองชาวซีเรียประมาณ 2,000 คน ไปเป็นเชลยและใช้เป็นโล่มนุษย์กำบังตัวระหว่างล่าถอยออกจากเมืองมันบิจ ทำให้เอสดีเอฟและเครื่องบินกองทัพสหรัฐไม่สามารถโจมตีได้ เชอร์ฟาน ดาร์วิช โฆษกเอสดีเอฟ กล่าวว่า ไอเอสใช้พลเรือนเป็นเกราะกำบังขณะล่าถอยไปยังเมืองเจราบูลุส ที่อยู่ชายแดนติดกับประเทศตุรกี โดยในจำนวนเชลยดังกล่าวมีผู้หญิงและเด็กด้วย สอดคล้องกับรายงานจากคณะผู้สังเกตการณ์สิทธิมนุษย์ในซีเรียของประเทศอังกฤษ ที่ระบุว่า ไอเอสนำตัวเชลยพลเรือนกว่า 2,000 คน ใส่ในรถยนต์ที่ยึดมาได้และล่าถอยไป ขณะที่นายกอร์ดอน โทรว์บริดจ์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน กล่าวว่า ไอเอสมักจับเชลยเวลาที่ถูกกดดันอย่างหนัก และสูญเสียพื้นที่ครอบครอง สะท้อนว่าไอเอสนั้นใกล้จนตรอกแล้ว

ส่วนสหภาพยุโรป หรืออียู เผยแพร่แถลงการณ์ประณามกลุ่มไอเอสที่ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์

ที่มา>>>ข่าวสด

เจ้าหน้าที่สองประเทศผนึกช่วยช้างลอยคอ แม่น้ำพรหมบุตรหลากท่วม

เอเอฟพีรายงานวันที่ 5 ส.ค. ทีมกู้ภัยอินเดียและบังกลาเทศร่วมกันช่วยช้างป่าตัวเมียที่ติดค้างกลางแม่น้ำพรหมบุตรที่หลากท่วมป่ากินพรมแดนของสองประเทศ โดยฝั่งอินเดียอยู่ในรัฐอัสสัม ขณะช้างมีอาการเครียดพยายามดิ้นรนเดินไปยังพื้นที่สูงขึ้น เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้อินเดียเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุติดชายแดนทางเหนือของบังกลาเทศแล้ว เพื่อจะช่วยช้างตัวดังกล่าว เบื้องต้นทางบังกลาเทศแจ้งว่า พบเห็นมันหลงฝูงตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน ขณะนี้มันมีสภาพอิดโรยเต็มที หลังจากมันข้ามแม่น้ำพรหมบุตรมาแล้วอยู่ในนาข้าวและไร่อ้อยมาพักใหญ่ มีเพียงกล้วยไม่มากนักที่เป็นอาหาร

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่บังกลาเทศพยายามจะช่วยมัน โดยระดมทั้งพราน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสาสมัครมา แต่สภาพน้ำท่วมหนักทำให้ช่วยไม่ได้ และไม่มีทางที่จะยิงยาสลบได้เลย  ชาวบ้านได้แต่มุงดูเอาใจช่วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากชาวบ้านร้องขอให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปช่วยดูแลลูกแรด 8 ตัวในรัฐอัสสัมที่ถูกน้ำซัดมา ขณะที่ยอดเสียชีวิตของชาวอินเดียจากเหตุน้ำท่วมในรัฐอัสสัมและรัฐพิหารเพิ่มเป็น 96 รายแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

นรข.เชียงราย ยึดไม้แปรรูปเตรียมส่งข้ามโขงขายพ่อค้าฝั่งลาว

ภาพ เครดิต: นรข.เชียงราย

จับไม่หมด!! นรข.เชียงราย หน่วยป้องกันรักษาป่า บุกจับขบวนการลักลอบนำไม้ชิงชันแปรรูป ส่งขายข้ามโขงด้าน อ.เวียงแก่น พบมอดไม้จะอาศัยช่วงดึก นำใส่กระบะเพื่อเตรียมนำลงเรือข้ามฝั่ง แต่ถูกสกัดไว้ได้ ส่วนคนร้ายอาศัยความมืดหลบหนี…

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 พ.ค.59 น.อ.ชลชัย รัตนเรือง ผบ.นรข.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนไม้ชิงชันแปรรูปส่งข้ามฝั่งขายพ่อค้าชาวลาวทางด้านชายแดนใกล้จุดผ่อนปรนบ้านแจ๋มป๋อง ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จึงได้สั่งการให้ น.ต.จตุรงค์ ขจรฟุ้ง หน.สน.เรือเชียงของ นรข.เขตเชียงราย พร้อมนายวัชระ ศักดิ์เจริญ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.8 (หาดไคร้) และฝ่ายปกครองสนธิกันนำกำลัง จนท.เฝ้าซุ่มสกัดยังจุดที่ได้รับแจ้งมา จนเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 30 พ.ค. พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยสองคันที่จุดเลยป้อมตำรวจห้วยเอียน เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปประมาณ 15 นาที พอรถต้องสงสัยขับผ่าน ร.ร.บ้านห้วยเอียน ใกล้ทางเข้าจุดดังกล่าว ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 500 เมตร แต่ขับเลยทางเข้าจุดสำหรับลงไม้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ผู้ต้องหา 2 คน เปิดประตูวิ่งหนีไปใน บริเวณป่าช้าบ้านแจ่มป๋อง อาศัยความมืดหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจยึดรถยนต์กระบะ 2 คัน ยี่ห้อนิสสัน สีแดง บน 4355 พะเยา และยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน บน 2382 พะเยา ตรวจสอบ ท้ายกระบะมีไม้ชิงชันแผ่นเหลี่ยม จำนวน 55 ท่อน ขนาดยาว 2 เมตร ปริมาตร 2.81 ลบ.ม.จุดที่คนร้ายทิ้งรถห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 500 เมตร

ท้ายรถพบแอบซุกท้ายกระบะมีไม้ชิงชันแผ่นเหลี่ยม จำนวน 55 ท่อน

น.ต.จตุรงค์ เปิดเผยภายหลังการตรวจยึดว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ทาง นรข.ได้ติดตามมา 3 คืน บริเวณใกล้จุดผ่อนปรน ซึ่งเป็นจุดลงไม้ได้สะดวก โดยทิ้งไม้ลงไปโดยไม่ต้องแบกลงมาจบได้ในวันนี้ หลังตรวจค้นละเอียดพบว่าไม้มีสภาพชื้นและมีดินติดมาด้วย น่าจะมีการพักไม้ในพื้นที่ไม่ห่างจากจุดตรวจยึด และพบโทรศัพท์ผู้ต้องหาในรถยนต์กระบะโตโยต้า และตรวจสอบพบว่า รถนิสสัน เป็นของนายเฉลิมพล บุญถึง บ้านเลขที่ 150 ม.8 ต.พระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา ส่วนรถโตโยต้า เป็นของ นายอนันต์ ก๋องแก้ว บ้านเลขที่ 240/1 ม.8 ต.พระธาตุขิงแกง อ.จุน จ.พะเยา จึงทำบันทึกตรวจยึด และนำของกลางส่ง สภ.เวียงแก่น เพื่อขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ชีวิตที่ไร้ทางเลือก! กรีซเริ่มย้ายผู้อพยพหลายพัน ออกจากค่ายชายแดนแล้ว

เครียด..ทางการกรีซเริ่มย้ายผู้อพยพหลายพันคน จากค่ายอพยพชั่วคราวไอโดเมนิ ด้านพรมแดนติดมาซิโดเนียแล้ว แม้ผู้อพยพจำนวนมากไม่อยากจะย้ายไปจากค่ายอพยพแห่งนี้ เพราะจะยิ่งทำให้พวกเขาหมดหวังที่จะเข้าไปยังยุโรปตะวันตกมากกว่าเดิม

เมื่อ 24 พ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่กรีซเริ่มย้ายผู้อพยพหลายพันคน ส่วนใหญ่เป็นชาวซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน ซึ่งพำนักอยู่ที่ค่ายอพยพ ไอโดเมนิ ทางภาคเหนือของกรีซ ติดชายแดนด้านประเทศมาซิโดเนียแล้ว ตั้งแต่เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 24 พ.ค. โดยทางการกรีซได้มีการจัดหารถบัสหลายคันมารับผู้อพยพ พร้อมกับส่งตำรวจปราบจลาจลและเฮลิคอปเตอร์บินวนตรวจตราสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้ามารายงานข่าวแต่อย่างใด

ข่าวแจ้งว่า ถึงแม้ค่ายอพยพชั่วคราวไอโดเมนิ จะทำให้ผู้อพยพต้องหลับนอนอยู่ในเต็นท์และมีชีวิตอยู่ในสภาพที่ไม่สะดวกสบายอย่างยิ่ง แต่ผู้อพยพส่วนมาก ปฏิเสธที่จะย้ายไปจากศูนย์อพยพแห่งนี้ เนื่องจากเห็นว่า จะทำให้พวกตนต้องไปอยู่ในศูนย์อพยพที่อยู่ห่างจากชายแดนมากขึ้น และโอกาสที่จะข้ามพรมแดนเข้าไปยังมาซิโดเนีย มุ่งสู่ประเทศในยุโรปตะวันตกน้อยลงไปด้วยอย่างไรก็ตาม แม้ผู้อพยพส่วนใหญ่ไม่อยากย้ายไปจากค่ายอพยพไอโดเมนิ แต่โฆษกรัฐบาลกรีซยืนยันว่าผู้อพยพทั้งหมดจะต้องถูกย้ายไปจากค่ายอพยพแห่งนี้ เพื่อไปอยู่ในศูนย์อพยพแห่งใหม่ ใกล้กับเมือง เธสซาโลนีกี โดยคาดว่าการย้ายผู้อพยพจำนวนหลายพันคนจะใช้เวลา 10 วัน กว่าจะเสร็จเรียบร้อยทั้งนี้ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้อพยพกับตำรวจปราบจลาจลที่ค่ายผู้ลี้ภัยเมืองไอโดเมนี มาแล้ว เนื่องจากตำรวจพยายามผลักดันผู้อพยพออกไปจากทางรถไฟ หลังจากพวกเขาได้ปิดกั้นทางรถไฟมานานหลายวัน เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้ทางการกรีซอนุญาตให้พวกตนข้ามผ่านพรมแดนกรีซเข้าไปยังมาซิโดเนีย

ที่มา>>>Thairath

ไฟไหม้ รง.เฟอร์นิเจอร์พม่า ติดด่านเจดีย์สามองค์ คาดสูญไม่ต่ำ 10 ล้าน

(ภาพจาก สมชายการค้าสังขละบุรี)

โรงงานแปรรูปไม้ทำเฟอร์นิเจอร์เมียนมา ติดด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี ไฟไหม้กลางดึก ฝั่งไทยระดมดับเพลิง 6 คัน ช่วยสกัด ใช้เวลา 3 ชม. เพลิงสงบ คาด ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 21 เม.ย. 59 นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้โรงงานแปรรูปไม้เฟอร์นิเจอร์ตะเข็บชายแดนฝั่งเมียนมา อ.พญาตองซู เขตติดต่อกับชายแดนบ้านด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี หลังรับแจ้งจึงเร่งประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.อ.ขวัญชัย ธีระกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมรถดับเพลิง 6 คัน จากแขวงการกรมทางหลวง เทศบาลวังกะ อบต.หนองลู สมทบกับ พ.อ.เฉลิมชัย ชัดใจ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า และทหาร ชุดประสานงานชายแดน ฉก.ลาดหญ้า ดำเนินการช่วยเหลือดับไฟที่เกิดเหตุบริเวณพื้นที่ด้านหลังสำนักงานชุดประสานงานชายแดนไทย-พม่า ในเขตแดนเมียนมา โรงงานเฟอรนิเจอร์กำลังถูกไฟลุกไหม้อย่างแรง เปลวเพลิงสูงประมาณ 10 เมตร ลุกลามไหม้อาคารโรงงานแปรรูปไม้ขนาดใหญ่ ชาวบ้านต่างระดมถือถังตักน้ำมาช่วยกันดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในขอบเขตและฉีดน้ำเลี้ยงให้เพลิงสงบต่อไปนายปกรณ์ เปิดเผยว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานแปรรูปไม้เฟอร์นิเจอร์ พื้นที่โรงงาน 15 ไร่ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า มีคนงานเห็นไฟลุกมาจากบนหลังคาโรงงานและลุกลาม แต่ไม่กล้าไปตามใครมาช่วย เพราะเหตุเกิดกลางดึก ประกอบกับโรงงานมีขี้เลื่อยเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี มูลค่าเสียหายน่าจะมากกว่า 10 ล้านบาท.

ที่มา>>>Thairath