ไม่พอใจสาวมีแฟนแล้ว หนุ่มสุดกร่างชักปืนยิงสนั่นร้านข้าวต้มเจ๊กีเมืองชล (คลิป)

  เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสภ.เสม็ด อ.เมืองชลบุรีได้ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดของร้านข้าวต้มเจ๊กี เนื่องจากเกิดเหตุชายอายุประมาณ 50 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ได้นั่งรับประทานอาหารกับพรรคพวก นอกจากนี้ยังมีเด็กนั่งอยู่ด้วย ได้ชักปืนออกมาหลังจากนั้นได้ยิงออกไปนอกร้าน โชคดีกระสุนปืนไม่โดนใคร

ทั้งนี้ นายเอ (นามสมมุติ) เป็นชาวจ.ชลบุรี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง สารวัตรเวร สภ.เสม็ดว่า ภาพในวงจรปิดนั้นเป็นช่วงที่ตนพร้อมกับแฟนสาวได้เดินทางมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านข้าวต้มเจ๊กี ฝั่งไปทางอ่างศิลา เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 19 ก.ค. ชายคนที่มีอาวุธปืนมีลักษณะคล้ายมึนเมาสุรา เมื่อเห็นแฟนสาวของตนเข้ามา จึงเดินเข้ามาจีบ แต่แฟนของตนได้ตอบไปว่า “มากับแฟน” ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจ และได้ตบหน้าตนไป 1 ครั้ง จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะและชักปืนยิง 1 นัด โชคดีไม่โดนใคร ก่อนที่จะขึ้นรถเก๋งหลบหนีไป จึงได้มาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าว และยืนยันว่าเห็นหน้าอีกครั้งจำได้แน่นอน

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปไอ้หื่น ข่มขืนสาวในห้องน้ำสาธารณะเคยโดนจับได้หื่นในห้องน้ำปั๊มมาก่อน (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) โพสต์เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายเพศชาย มีรูปพรรณสัญฐาน ทรงผมสั้น ผิวดำ-แดง ผอม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดคอกลม สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว หิ้วกระเป๋าแบบสะพายข้าง กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง บริเวณแยกบางนา ซอยสรรพาวุธ 1 แขวงและเขตบางนา กทม. หลังก่อเหตุข่มขืนนักศึกษาสาวจนสำเร็จความใคร่ก่อนลงมือชิงทรัพย์เหยื่อ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา

โดยตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว นายเอกพล แซ่เตียว อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 4 ต.บ้านเป้า อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์  โดยจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเอกพล พบว่าเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ปี 56 เคยแอบส่องผู้หญิงขณะทำธุระส่วนตัวภายในห้องน้ำของปั๊มน้ำมันเอสโซ่  ตั้งอยู่บริเวณริมถนนเทพารักษ์ อ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีพลเมืองดีสามารถช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้พร้อมทั้งถ่ายคลิปวีดีโอและแชร์ลงบนโลกสังคมออนไลน์ โดยถ่ายระหว่างหลังเกิดเหตุขณะที่รอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ มาควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีทางกฎหมายผู้กระทำความผิดกลับใช้จังหวะที่พลเมืองดีเผลอรีบวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งระหว่างที่ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ พลเมืองดียังได้พูดคุยว่า “อ้างว่าแอบดูเฉยๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอะไรหรือไม่” อีกด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยต้องโทษในคดี “ครอบครองยาเสพติด” อีกหลายท้องที่ประกอบด้วยในปี 54 ของพื้นที่สน.ประเวศ ปี 55 พื้นที่ สภ.สำโรงใต้ ปี 56และ57 พื้นที่สภ.สำโรงเหนือ

นากจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า มีคลิปกล้องวงจรปิดที่เกิดขึ้นย่านบางนาอีก โดยเกิดขึ้นในปี 2556 ซึ่งพบว่ามีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง ปั๊มน้ำมันย่านบางนา ก่อนที่จะก้มลงดูที่ใต้ประตู เมื่อผู้หญิงรู้ตัวร้องขึ้นก็เดินออกไปอย่างใจเย็น ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นผู้ก่อเหตุคนเดียวกันหรือไม่อยู่ระหว่างการติดตาม

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนสนั่นสี่แยกสันกำแพง ปิกอัพดวลเก๋งแจ๊ส บาดเจ็บ 5 ยังไม่รู้ใครผิด

(ภาพจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ)

เกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพสี่ประตู ชนกับรถเก๋งแจ๊สกลางสี่แยกที่สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ต่างคันต่างวิ่งมาเจอกัน ชนสนั่นกระเด็นตกถนน มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 คน ยังไม่รู้สาเหตุ ใครเป็นฝ่ายถูกฝ่ายผิด ตร.รอเช็กกล้องวงจรปิดกระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ คู่กรณี

วันที่ 7 มิ.ย. ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ เชื้อเมืองพาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ไปตรวจบริเวณสี่แยกไฟแดงหลุยส์ (ต้นเปาพัฒนา) ถนนสายวัฒนธรรมสันกำแพง-เชียงใหม่ หมู่ 2 ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง พบรถกระบะสี่ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต 2985 ลำปาง ชนกับรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ขน 2028 เชียงใหม่ มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย ทราบชื่อคนเดียวที่นั่งมากับคนขับรถเก๋ง คือ น.ส.ภัคจิรา ฉายวิมล อายุ 35 ชาวบ้านหมู่ 3 ต.ตลาดใหญ่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำส่ง รพ.แมคคอร์มิค 4 ราย รพ.ลานนา 1 รายรถยนต์ฮอนด้า แจ๊ส สีชมพู พังยับมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เก๋งฮอนด้าแจ๊สวิ่งมาจาก อ.สันกำแพง จะเข้าในเมืองเชียงใหม่ ส่วนรถอีซูซุสี่ประตู คนขับชื่อ นายพลวรรธน์ เพียรธิยะ อายุ 32 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง วิ่งมาทางดอยสะเก็ด จะไป อ.สารภี ถึงที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกไฟแดง รถทั้ง 2 คันได้ชนกันกลางสี่แยกอย่างจัง จนกระเด็นไปคนละทาง ตกลงไปในร่องข้างถนน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 รายดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath

ยิงถล่มเก๋งพรุนที่ตรัง ดับ 2 ศพ สาว 16 สาหัส พุ่ง 3 ปมสังหาร

คนร้ายควบกระบะ ประกบเก๋งติดเครื่องรอ ชักปืนกระหน่ำยิงรถพรุน ชายหญิงดับ 2 ศพ คาที่ สาว 16 เจ็บสาหัส ที่ตรัง พุ่งปมหักธุรกิจไม่เปิดเผย ขัดแย้งส่วนตัว แต่ไม่ทิ้งประเด็นชู้สาว …

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 9 พ.ค.2559 พ.ต.ต.วัฒนา ทองคง สารวัตร (สอบสวน) สภ.นาโยง จ.ตรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายเพชรเกษม ม.1 บ้านต้นแซ๊ะ ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญ โชติรัตน์ รอง ผกก.ป. กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.นาโยง และ ภ.จว.ตรัง ก่อนแจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนสายตรัง-พัทลุง เส้นทางก่อนเข้าเขาพับผ้า พบชาวบ้านนับร้อยกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เชือกกั้นออกห่างเพื่อตรวจหาหลักฐาน บริเวณริมถนนฝั่งซ้าย พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน กง 6059 ตรัง ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นป้ายทะเบียนปลอม จอดติดเครื่องอยู่ ที่กระจกฝั่งคนขับและด้านหลังคนขับแตกกระจาย พบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 4 ปลอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 5 ปลอก และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ลูก ตกกระจายอยู่เกลื่อน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ภายในรถพบมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ นายแวมะบูฆอรี วามิง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.5 ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) มีบาดแผลถูกจ่อยิงถูกบริเวณด้านหลังเสียชีวิต น.ส.ยารีดา สะแมอาลี อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 ม.5 ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส มีเครื่องประดับทองรูปพรรณเต็มตัว ทั้งจี้สร้อยคอทองคำ เลสข้อมือทองคำ แหวนทองคำ กระสุนถูกบริเวณศีรษะ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ น.ส.ฟาดิน มะ อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 ม.5 ต.ลุโบะบือซา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เป็นลูกสาวของ น.ส.ยารีดา กระสุนถูกบริเวณท้อง ถูกนำรักษาตัว รพ.นาโยง แต่เนื่องจากอาการสาหัส แพทย์ได้นำตัวส่ง รพ.ศูนย์ตรัง เพื่อช่วยเหลือยื้อชีวิตขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นญาติกัน ได้นั่งอยู่ในรถยนต์ ลักษณะมาจอดรออยู่ในที่เกิดเหตุ โดยพยานระบุเห็นรถคันเกิดเหตุ มาจอดอยู่ประมาณ 30 นาที จากนั้นมีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้รถยนต์กระบะแบบยกสูง สีบรอนซ์ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเป็นพาหนะ ขับมาจอด แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยิงก่อนยิงซ้ำด้วยปืน 9 มม.ใส่ผู้ตายและผู้บาดเจ็บไม่ยั้งมือ ก่อนรีบหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่พุ่งปมหักธุรกิจไม่เปิดเผย และขัดแย้งส่วนตัว แต่ไม่ตัดทิ้งปมชู้สาว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

น.1ร่วมประชุม ตร. คดี 6 โจ๋ทำร้ายคนพิการ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

รรท.ผบช.น.เดินทางประชุมร่วมกับทีมสืบสวน สน.โชคชัย เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณี 6 โจ๋ ทำร้ายคนพิการลูกจ้างร้านขนมปัง เพื่อให้ความเชื่อมั่นแก่ญาติผู้ตายยันให้ความเป็นธรรม ส่วนแฟนสาวผู้ก่อเหตุ กำลังดูหลักฐานหากผิดพร้อมดำเนินคดี

ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2559 พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาประชุมร่วมกับตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อตรวจสอบความชัดเจนและความคืบหน้าของคดีดังกล่าว พร้อมลงพื้นที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายขนมปังเพื่อให้กำลังใจและให้ความเชื่อมั่นในการทำคดีแก่ญาติผู้เสียชีวิต

พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานผู้เหตุการณ์ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมถึงคลิปวิดีโออย่างละเอียด พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายส่วนกรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตต้องการให้ดำเนินคดีกับแฟนสาวของผู้ก่อเหตุ ที่อ้างว่าเป็นลูกตำรวจและคอยตะโกนยุยงให้ผู้ก่อเหตุลงมือนั้น ได้ทำการตรวจสอบและเรียกตัวหญิงสาวที่อยู่ในคลิปดังกล่าวมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนว่ากระทำผิดจริงหรือไม่ ซึ่งหากตรวจสอบโดยละเอียดและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีส่วนในการยุยงสนับสนุนจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมเตรียมรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายฐานความผิดพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเจตนาฆ่า ตามที่ญาติและสังคมได้ร้องขอให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่.

ที่มา>>>Thairath