“ปลูกทานตะวัน” สู้ภัยแล้งรายได้ดี

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายวโรชา จันทโชติ อายุ 49 ปี เกษตรกรหมู่ 8 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดเผยถึงแปลงปลูกทานตะวันกับแปลงปลูกดาวเรืองกว่า 50 ไร่ ริมถนนสายวิเศษ-อ่างทอง ใกล้กับวัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ว่า เป็นผลงานที่เกิดขึ้นได้จากฝีมือของตนและลูกทีม

ในสวนมะนาวพันธุ์แป้นวโรชา ที่ทำขึ้นเพื่อให้เกษตรกร ชาวนาในพื้นที่ จ.อ่างทอง และชาวบ้านใกล้เคียงได้มาดูมาชื่นชม พร้อมกับคิดใหม่ทำใหม่อย่าได้สิ้นหวัง กับภาวะภัยแล้ง เพราะยังมีพืชอีกหลายตัวที่สามารถสู้แล้งได้อย่างเช่น ต้นทานตะวันกับดาวเรือง“ทานตะวันกับดาวเรืองที่ปลูกขึ้นมาในครั้งนี้ โดยต้นทานตะวันใช้วิธีการปลูกแบบหยอดหลุม ใช้ระยะเวลาการปลูกเพียง 55 วัน จะให้ดอกได้แล้ว และจะบานเป็นระยะเวลา 8-10 วัน ซึ่งยังคงบานให้เห็นไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ส่วนแปลงปลูกดาวเรือง จะต้องเพาะกล้าในถาด 12 วัน ก่อนนำปลูก ลงดิน อีก 50 วัน จึงออกดอก แต่สามารถเก็บผลผลิต ดอกดาวเรืองขายได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน แถมการให้น้ำ เพียง 3 วันต่อครั้งเท่านั้น หากนำไปขายได้ราคาดี ทำให้ครอบครัวมีความสุข แม้ว่าจะไม่มีน้ำมาทำนา ก็สามารถทำการปลูกพืชชนิดอื่นได้”นายวโรชาบอกอีกว่า ทุกวันนี้เห็นเกษตรกรรายอื่นๆที่ทำนา ต่างหมดความหวังเพราะรอน้ำฝน บางรายฝนตกลงมาไม่มากนักก็ดีใจเร่งหว่านนาเพื่อปลูกข้าว แต่ผลปรากฏว่า ฝนตกลงมาไม่มากนัก ส่งผลให้ต้นกล้าต้องแห้งเหี่ยวตาย ขาดทุนขาดรายได้ จึงขอฝากเตือนให้พวกเราควรระมัดระวังอย่าได้รีบร้อน ปลูกข้าวในตอนนี้ รอฟังทางรัฐบาลว่าจะดำเนินการ เช่นไร ส่วนหากมีเวลาว่างอยากให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.อ่างทอง และใกล้เคียงได้มาศึกษาดูงาน วิธีการปลูก การขยายพันธุ์ และมาชื่นชมแปลงทานตะวันกับดาวเรือง ที่กำลังบานสะพรั่งอยู่ในขณะนี้ ไปไม่ถูกสอบถามเส้นทางกับนายวโรชาได้ที่ 09-0307-5216.

ที่มา>>>Thairath

ไม่มีปาฏิหาริย์! เหยื่อแผ่นดินไหวเอกวาดอร์ พุ่งพรวดกว่า 413 แล้ว

(ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากเวเนซุเอลามาช่วยค้นหาผู้ประสบภัยในเมืองเปเดอร์นาเลส)

เหยื่อแผ่นดินไหวเอกวาดอร์พุ่งไม่หยุด..กระโดดพรวดเป็น 413 รายแล้ว คาดผู้เสียชีวิตจะมากกว่านี้ ขณะที่ทีมกู้ภัยยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของตึกและอาคารบ้านเรือน ที่พังถล่มราบเป็นหน้ากลองจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เขย่าบริเวณริมชายฝั่งทะลด้านตะวันตกของเอกวาดอร์ ประเทศในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 413 รายแล้ว และคาดว่าจำนวนเหยื่อเคราะห์ร้ายจะเพิ่มมากกว่านี้ ขณะที่มีรายงานเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง หรืออาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง เมื่อวันจันทร์ที่ 18 เม.ย. แรงสุดวัดได้ถึง ขนาด 5.1 โดย ประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรีย แห่งเอกวาดอร์ กล่าวว่า ภัยพิบัติจากธรณีพิโรธครั้งนี้ นับเป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่สุดที่เกิดในเอกวาดอร์ในรอบ 70 ปี และขณะนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกถึงราว 2,500 คน

ด้าน นายกาเบรียล อัลซีวาร์ นายกเทศมนตรีเมืองเปเดอร์นาเลส ซึ่งเป็นเมืองที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหว กล่าวด้วยความวิตกกังวลว่า เมืองเปเดอร์นาเลสพังเสียหายย่อยยับ มีตึกมากมายถล่มราบเป็นหน้ากลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีโรงแรมหลายแห่งซึ่งเป็นที่พักของนักท่องเที่ยวถล่มพังลงมา จนเกรงว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากกว่านี้ ขณะที่ตอนนี้ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวที่เมืองเปเดอร์นาเลส มีจำนวนมากถึง 400 รายชาวบ้านมาดูการค้นหาผู้รอดชีวิตที่ตึกหลังหนึ่งที่ถล่มราบในเมืองมานต้า

ตึกพังในเมืองมานต้า

ส่วนที่เมืองปอร์โตเวียโฮ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 3 แสนคน และเป็นอีกเมืองที่ได้รับความเสียหายหนักจากเหตุแผ่นดินไหวเช่นกัน ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทั้งจากเวเนซุเอลาที่มาช่วยเหลือ ได้พยายามเร่งช่วยค้นหาผู้คนที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตึกที่พังถล่มลงมา ขณะที่มีรายงานเกิดเหตุมีคนฉวยโอกาสปล้น และขโมยข้าวของทรัพย์สินในเมืองปอร์โตเวียโฮ ซ้ำเติมผู้คนที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนจากธรณีพิโรธได้ทำให้เรือนจำแห่งหนึ่งในเมืองปอร์โตเวียโอพัง จนนักโทษประมาณ 100 คน ฉวยโอกาสแหกคุก เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกลับมาได้บางส่วนแผ่นดินไหวทำให้ถนนจากเมืองเปเดอร์นาเลส ไปยังเมืองจามา พังเสียหายหนัก

ประธานาธิบดีราฟาเอล คอร์เรีย (ที่3จากขวา)พร้อมด้วยรมว.มหาดไทย (ที่2 จากขวา) มาตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ที่เมืองเปเดอร์นาเลส เมื่อ 18 เม.ย.

บีบีซี แจ้งว่า กระทรวงการคลังของเอกวาดอร์ได้ประกาศว่า รัฐบาลเอกวาดอร์ได้รับเงินจากธนาคารการพัฒนาของจีน จำนวน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ไม่แน่ชัดว่า เงินดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อนำมาบูรณะซ่อมแซมเมืองต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเอกวาดอร์หรือไม่

ที่มา>>>Thairath

พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำ ถล่ม 5 อำเภอศรีสะเกษ บ้านพัง 269 หลัง

พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำพัดถล่ม 5 อำเภอในจ.ศรีสะเกษ บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 269 หลังคาเรือน รักษาการพ่อเมือง ลงพื้นที่ สั่งเร่งสำรวจให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย…

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 17 เม.ย. 59 นายธวัช สุระบาล รอง ผวจ.ราชบุรี รรท.ผวจ.ศรีสะเกษ และคณะ เดินทางไปบ้านด่านโนนสูง หมู่ 2 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ร่วมสำรวจความเสียหายจากเหตุวาตภัย เพื่อให้กำลังใจ และเร่งให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย หลังจากเกิดเหตุต้นไม้ เสาไฟฟ้าหักโค่น ขวางถนน ซึ่งนายชัยยงค์ เมธาสุรวิทย์ นายอำเภอขุนหาญ ร่วมกับ นายสิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอขุนหาญ อส.อ.ขุนหาญ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถานได้เร่งออกให้การช่วยเหลือไปก่อนหน้านายธวัช กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันนี้ (17 เม.ย.) ได้เกิดพายุฤดูร้อนและฝนกระหน่ำในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดศรีสะเกษอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอกันทรลักษ์, ขุนหาญ, ภูสิงห์, ขุขันธ์ และอำเภอน้ำเกลี้ยง รวม 9 ตำบล 15 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเกิดความเสียหาย 269 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่อำเภอขุนหาญ มีเสาไฟฟ้าหักโค่นขวางถนน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมดในเขตเทศบาลตำบลสิ และเขตเทศบาลตำบลโนนสูง บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางรายหลังคาถูกลมพายุพัดปลิวยกไปทั้งหลัง บางหลังปลิวหายไปบางส่วน มีหลังคาบ้านเรือนของชาวบ้านปลิวลอยตามแรงลมไปประทะกับสายไฟฟ้าแรงสูง จนทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นล้มขวางถนนนอกจากนั้น มีสถานที่ราชการอย่างเช่น หอประชุมอำเภอขุนหาญ กระเบื้องหลังคาถูกลมพายุพัดปลิวหายไปกว่าสองร้อยแผ่น ประตูม้วนหอประชุมพังเสียหาย 5 บาน บ้านพักนายอำเภอได้รับความเสียหาย โรงเรียนเสียหาย 3 แห่ง วัด 1 แห่ง ในเบื้องต้น ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อที่จะได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วนต่อไป ยังนับว่าโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต.

ที่มา>>>Thairath

เร่งช่วยเหลือ ยายวัย 86 ปีมีลูก5คน ซมซานขออาศัยวัด

คุณยายวัย 86 ปี ทะเลาะกับลูกสาวคนเล็กที่อยู่หลังสวน ไปอาศัยอยู่กับลูกสาวคนโตที่ท่าชนะ สุราษฎร์ธานี กลับถูกไล่ออกมาอีก สุดท้ายซมซานไปขออาศัยวัด พระก็ไม่ให้อยู่ ยังดีที่มีสองผัวเมียช่วยไว้ บอกทรัพย์สินที่ดินที่มียกให้ลูกไปหมดแล้ว…

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 เม.ย.59 ที่ สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายธนาดล วงษ์ป้อง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/23 ถนนต้นโพธิ์ ต.ขันเงิน อ.หลังสวน นำตัวคุณยายฝ้าย อายุ 86 ปี ชาว ต.บ้านควน อ.หลังสวน เข้าพบ พ.ต.ต.ฉัตรชัย นวลจริง สารวัตรสอบสวน สภ.หลังสวน

ทั้งนี้ นายธนาดล เล่าว่า ช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ นางจินตนา ราชยม อายุ 41 ปี ภรรยาตน ได้พบคุณยายฝ้ายยืนที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นร้านเสริมสวย เมื่อเข้าไปสอบถามก็ทราบว่าคุณยายฝ้ายจะมาขออยู่ที่วัดซึ่งอยู่ใกล้เคียง แต่ถูกปฏิเสธ จึงไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนเพราะถูกลูกสาวแท้ๆ ให้ออกจากบ้าน จึงนำคุณยายฝ้ายมาขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง และลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากคุณยายมีทรัพย์สินติดตัวมาบางส่วน

ทางด้านคุณยายฝ้าย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีลูกจำนวน 5 คน เป็นชาย 1 หญิง 4 ได้แบ่งทรัพย์สินซึ่งเป็นสวนปาล์ม สวนยางพารา และสวนผลไม้ ร่วม 50 ไร่ให้ลูกๆ ไปแล้ว ก่อนหน้านั้นอาศัยอยู่กับลูกสาวคนเล็ก ปัจจุบันอายุ 38 ปี ใน ต.บ้านควน อ.หลังสวน และยังให้ไปเงินช่วยสร้างบ้านอีกหลายแสนบาท เมื่อหลายเดือนก่อนได้ขอแบ่งเงินรายได้ที่เกิดจากการทำสวน เพื่อมายังชีพ และเดินทางไปเที่ยวหาญาติกับลูกๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดตามประสาคนแก่ แต่กลับถูกปฏิเสธ จนเกิดระหองระแหงกันเรื่อยมา

ยายฝ้าย กล่าวอีกว่า กระทั่งหลายเดือนก่อนมีปากเสียงกับลูกสาวคนเล็ก ตนไปหยิบมีดทำครัวเพื่อไปเก็บผักบุ้ง แต่ลูกสาวเข้าใจผิดคิดว่าจะทำร้ายเลยถูกผลักจนล้มลงและลูกสาวนำเก้าอี้มากดทับที่หน้าอก ตนหายใจแทบไม่ออกจนต้องยกมือไหว้ลูกเพื่อขอชีวิต และได้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชนมาช่วยเคลียร์ให้คุณยายฝ้ายยังเล่าต่อไปอีกว่า ต่อมาได้ไปขออาศัยกับลูกสาวคนโต อายุ 55 ปี ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งนำทรัพย์สินและเงินสดติดตัวไปด้วย โดยมอบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น ให้ลูกสาวคนโตไว้ ต่อมาได้มีเรื่องระหองระแหงกับลูกสาวคนโตอีกกระทั่งเมื่อ 5 วันที่ผ่านมาลูกสาวคนโตได้จ้างรถยนต์นำตนไปส่งที่บ้านลูกสาวคนเล็กใน อ.หลังสวน ตนได้ขอทรัพย์สินคืนแต่ถูกปฏิเสธ โดยลูกสาวคนโตบอกว่าให้คิดเป็นค่าอยู่ค่ากินก็แล้วกัน จึงขึ้นรถมาด้วยความจำใจ เมื่อมาถึงที่อำเภอหลังสวนตนไม่กล้าเข้าไปที่บ้านลูกสาวคนเล็กเพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก จึงไปขออาศัยอยู่ที่ห้องแถวของคนรู้จักที่หน้าโรงเรียนทับวังได้ 3 วัน ก่อนจะให้จักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่วัดแห่งหนึ่งในตลาดหลังสวนเพื่อจะไปขออยู่ที่วัด แต่ถูกปฏิเสธ จึงเดินออกจากวัดและมาเจอสองสามีภรรยาผู้ใจบุญดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และได้ให้สองสามีภรรยาผู้ใจบุญอุปการะคุณยายฝ้ายไปก่อนชั่วคราว เพราะเนื่องจากติดต่อให้ลูกสาวของคุณยายฝ้ายมารับตัว แต่ผ่านนานหลายชั่วโมงก็ไม่มีใครมารับ ทั้งที่บ้านอยู่ห่างจาก สภ.แค่ 25 กม.เท่านั้น ประกอบกับเป็นวันหยุดยาวเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถมารับตัวไปได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มี นายสุนทร สันทัด ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร มาติดต่อ และสอบถามรายละเอียด เพื่อช่วยเหลือคุณยายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

จราจรสายเหนือเช้าวันนี้ รถหนาแน่น เคลื่อนตัวช้า จนท.เร่งระบายรถ

สภาพการจราจรตัวเมืองนครสวรรค์เช้าวันนี้ (12 เม.ย.) ปชช.เดินทางจำนวนมาก ตั้งแต่หน้าค่ายจิรประวัติถึงแยกอุทยานสวรรค์ จราจรมีปัญหาเล็กน้อย รถเคลื่อนตัวช้า ติดขัด จนท.เปิดช่องจราจร เร่งระบายรถแล้ว …

วันที่ 12 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังคงเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรในตัวเมืองนครสวรรค์ช่วงเช้านี้ (12 เม.ย.) บนถนนพหลโยธินหมายเลข 1 ตั้งแต่บริเวณแยกหน้าค่ายจิรประวัตินครสวรรค์ แยกบึงบอระเพ็ด บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงแยกอุทยานสวรรค์ การจราจรค่อนข้างมีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากเป็นจุดที่มีทางแยกสัญญาณไฟจราจรหลายจุด ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า ติดขัดสลับหยุดนิ่งขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ได้เปิดช่องทางการจราจรพิเศษเพิ่มอีก 1 ช่องทาง เพื่อเร่งการระบายรถอย่างเร่งด่วนแล้ว

ส่วนถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณทางแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงทางแยกนวมินทร์ มีการจราจรที่มากเช่นกัน รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ หากพ้นจากทางแยกนวมินทร์ได้แล้ว ก็สามารถเคลื่อนตัวเพื่อเข้าสู่จังหวัดพิจิตร และพิษณุโลกได้ดี.

ที่มา>>>Thairath

‘คูล’ พา ‘มะลิ’ ฟิน! อินเจแปน เบิกบานสดใสแข่งซากุระ

ประทับใจไม่รู้ลืม “ครั้งแรก” ของหนูน้อยสามจุกดุ๊กดิ๊กขวัญใจมหาชน “น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์” ที่ได้ก้าวขึ้นเครื่องบินเดินทางไกลออกนอกประเทศท่องโลกกว้างพร้อม “แม่โบว์-แวนด้า สหวงษ์” เยือนญี่ปุ่นครั้งแรก สานต่อความฝันของพระเอกผู้ล่วงลับ “ปอ-ทฤษฎี” ผู้เป็นพ่อ ที่สัญญาว่าจะพาลูกสาวเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้!! กับทริป “คูล ฟาเรนไฮต์ 93” เอาท์ติ้ง สเปเชียล 7 ออซั่ม กิฟุ เจแปน โดยคลื่น “คูล ฟาเรนไฮต์ 93” และสปอนเซอร์ใจดี…โดยมี “คูลเจขวัญ-วรงค์พร” และ “คูลเจไปป์-ปวร” นำทีม พาชาวออฟฟิศผู้โชคดียกก๊วนจาก 5 ออฟฟิศ สัมผัสครบทุกหัวใจ ความเป็นญี่ปุ่นแท้ที่เมืองกิฟุ ล่องเรือ แช่น้ำพุร้อนเมืองเกโระอันโด่งดัง ชมดอกไม้และการประดับแสงไฟกลางคืนสุดอลังการ จนเรียกว่าทริปนี้สุดฟิน!! และไม่ว่าจะไปที่ไหนดอกซากุระก็บานสะพรั่งบวกกับความสดใสของ “น้องมะลิ” ที่สร้างสีสันให้ทุกคนหลงรักในความฉลาดน่ารักอารมณ์ดี ใส่แบตมาเต็ม ตื่นเต้นคึกคักตั้งแต่ก้าวขึ้นเครื่องบิน พอแตะพื้นญี่ปุ่น เปิดเพลงไม่ว่าที่ไหน “น้องมะลิ” ก็พร้อมแดนซ์ดุ๊กดิ๊ก เดินเที่ยวเย็นสบายตลอดทริป วิ่งเล่นหนำใจในอันปังแมนมิวเซียม ทุกคนหอบพลังความสุขกลับไทยทั้งจาก “ซากุระ” และ “มะลิน้อย” ที่งดงามสดใสสูสีกันที่ซู้ด…

ที่มา>>>Thairath

รับสร้างบ้าน ประหยัดพลังงาน ECO อุดร ขอนแก่น

รับสร้างบ้าน ประหยัดพลังงาน ECO อุดร ขอนแก่น
Modernde ECO โมเดิร์นดี รับสร้างบ้าน เย็น บ้านประหยัดพลังงาน อุดร ขอนแก่น

วันนี้มีสาระดีๆ เกี่ยวกับ การสร้างบ้านประหยัดพลังงาน มาฝากกัน เช่นเคยครับ
การสร้างบ้านประหยัดพลังงานควรคำนึงถึงการจัดพื้นที่ใช้สอยในบ้านนอกจากพิจารณาตามความสะดวกของการใช้ความถี่และช่วงเวลาของการใช้สอย ควบคู่กับทิศทางของลมและแสงแดดตามรูปทรงของบ้าน บ้านที่ประหยัดพลังงานควรมีเส้นรอบรูปที่ น้อยใช้พื้นที่ใช้ สอยเท่าๆกัน
สำหรับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย อาคารรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่มีสัดส่วนความกว้างยาวที่เหมาะสม อาจประหยัดพลังงานได้มากกว่า โดยด้านแคบของอาคารหันไปทางทิศตะวันออกและตก นอกจากนั้นตัวบ้านควรมีลักษณะโปร่งโล่งกั้นภายในอาคาร แต่น้อยมีหลังคาลาดเอียงเช่น หลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยาและหลังคาที่มีชายคายื่นยาวเพื่อบังแดดและกันฝนได้ดีขึ้น

ผนังและหลังคา จากการที่อุณหภูมิอากาศในเวลากลางวันและกลางคืนไม่เปลี่ยนแปลงมาก วัสดุที่เก็บสะสมความร้อนต่ำหรือฉนวนกับการใช้ผนังโครงสร้างบางเบาจึงเหมาะสม วัสดุที่เป็นกรอบอาคาร เช่น ผนังหลังคา ให้ใช้วัสดุที่มีค่า การถ่ายเทความร้อนต่ำ หรืออาจประกอบด้วยวัสดุหลายชนิดซ้อนกัน หรือเลือกใช้วัสดุที่ไม่ผิวสะท้อนรังสีความร้อน
ได้ดี และควรใช้วัสดุสีอ่อนทั้งที่หลังคาและที่ผนัง
ภายนอกหลังคาควรมีฝ้าเพดาน และระหว่างหลังคากับฝ้าเพดานมีฉนวนกันความร้อนและมีการระบายอากาศใต้หลังคา หน้าต่างใช้ กระจกในหน้าต่างที่สามารถทำที่บังแดดให้กระจกได้เท่านั้น และใช้กระจกที่มีคุณสมบัติในการตัดแสง หรือไม่ดูดซึมความร้อนหรือกระจกเคลือบผิวสะท้อนแสงหรือกระจกสองชั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงเกี่ยวกับการป้องกัน
ความร้อนเข้าทางหน้าต่างมีดังนี้

* มีช่องแสงและหน้าต่างเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
* ในด้านทิศตะวันออกและตะวันตกของอาคาร ใช้แผงบังแดดนอกอาอาคารซึ่งจะกันแดดและความร้อนได้ดีกว่ากระจกตัดแสง หรือม่านและมู่ลี่ในอาคาร
* แผงบังแดดทางตั้งจะใช้ได้ดีกับอาคารด้านทิศเหนือ ตะวันออกและตะวันตก
* แผงบังแดดชนิดทางนอนจะใช้ได้ผลดีกับอาคารด้านทิศใต้

ขอบคุณ บทความดีๆจาก โมเดิร์นดี รับสร้างบ้านอุดร
http://www.modern-de.com/

ฟิล์ม พา แซนดี้ มอไซค์คว่ำ อุบัติเหตุกลางกองถ่ายอีกแล้ว

อุต๊ะ! วันก่อนคู่พระนางละครเรื่อง “แม่นาก” ช่อง 8 ใบเตย อาร์สยาม กับ มาร์ติน มิดาล เพิ่งประสบอุบัติเหตุตกจากหลังควาย ใบเตยถูกเชือกรั้งคอลากไปเกือบตาย ส่วนพระเอกก็เย็บไปหลายสิบเข็ม วันถัดมา ผกก.และนักแสดงรุ่นเก๋า โอ๋-ฐาปกรณ์ ก็ตกจากที่สูงระหว่างถ่ายละคร “รักร้าย” หวิดเดี้ยง!

“ฟิล์ม” สำรวจแผล

มาล่าสุดถึงคิวพระเอกดัง ฟิล์ม-รัฐภูมิ กับนางเอก แซนดี้-ชลิดา เกิดอุบัติเหตุกลางกองถ่าย “มนต์รักอสูร” ทางช่อง 8 ให้ใจหายใจคว่ำอีกแล้ว!แผลไกลหัวใจครับโดยเหตุเกิดระหว่าง ฟิล์ม กับนางเอกใหม่ แซนดี้ กำลังถ่ายฉากที่ ฟิล์ม ซิ่งมอเตอร์ไซค์พา แซนดี้ ซ้อนท้ายหนีผู้ร้าย โดยถ่ายที่บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองปรือ จ.นครนายก ปรากฏว่าช่วงฟิล์มหักรถเลี้ยวหลบกระสุน รถเกิดเสียหลักไถลก่อนที่รถจะล้มคว่ำกระแทกพื้น โชคดีที่ทั้งคู่สวมหมวก กันน็อกเลยรอดจากอาการบาดเจ็บรุนแรง หลัง จากทีมงานเข้ามาช่วยพยุงทั้งสองเข้าไปนั่งพักและสำรวจร่างกายพบว่าต่างก็ได้รับบาดเจ็บคนละเล็กละน้อยบริเวณมือและหัวเข่า หลังปฐมพยาบาลก็ถ่ายต่อได้หนูก็เจ็บค่ะเอ้า…สู้ๆฟิล์ม เล่าว่า “คือตอนที่ผมหักเลี้ยวมอเตอร์ไซค์รถมันก็เสียหลักเพราะถนนมันมีเม็ดหินเล็กๆรถเลยสะบัด ตอนล้มก็แรงพอควร แต่โชคที่ผมไม่ได้ขี่เร็วมาก และเราสองคนใส่หมวกกันน็อกหัวก็เลยช่วยรองรับแรงกระแทก ผมตกใจรีบหันไปดูน้องว่าโอเคมั้ย เลยเห็นทีมงานรีบวิ่งเข้ามาช่วยเค้าแล้ว ปรากฏว่าก็ได้แผลกันนิดหน่อย เข่าซ้ายผมเป็นแผลแตก แล้วมือซ้ายก็ถลอก ส่วนแซนดี้ก็มีแผลถลอกที่ฝ่ามือซ้าย และขาฟกช้ำเล็กน้อย ก็พักทำแผลและรอให้น้องหายตกใจ แล้วก็ถ่ายละครต่อ ก็ฝากถึงคนขับขี่รถทุกชนิด ให้ทำตามกฎจราจรใส่หมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อครับ”.

ที่มา>>>Thairath

พระ 200 รูปสวดให้กว๊านพะเยาหายแล้ง-ไฟป่า-พายุลูกเห็บถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเหตุไฟไหม้ป่าในพื้นที่ป่าบ้านวังธงและไฟได้ไหม้ลุกลามเข้ามาในเขต ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 9 เม.ย. นายสงวน ธงยี่สิบสอง นายก อบต. วังธง ได้นำรถดับเพลิงของ อบต.วังธง จำนวน 2 คัน จากนั้นได้ขอกำลังรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลป่าแมต และเทศบาลเมืองแพร่ ร่วม 10 คัน เข้าไปสกัดไฟป่าที่กำลังไหม้ลุกลาม ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเป็นต้นมา เริ่มแรกก็ไม่มีใครทราบเนื่องจากไฟป่าได้ลุกลามมาจากป่าเขตบ้านวังธงและลามเข้ามาตามแนวถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 6022 หมู่ที่ 4 ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ ขณะเดียวกัน มีกระแสลมแรง ไฟป่าได้ขยายกินทั้งบ่อขยะข้างทางและพื้นที่ป่า รวมกว่า 30 ไร่

นายสงวนเปิดเผยว่า มีชาวบ้านไปพบเห็นกลุ่มควันไฟเกิดขึ้นที่บ่อขยะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลป่าแมตตั้งแต่ช่วงเย็น ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทราบสาเหตุว่าต้นเพลิงมาจากไหน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟป่าที่ลุกลามลงมาตามถนน รถดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ได้ระดมฉีดน้ำจนสกัดไฟป่ามอดลง แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่รถเข้าไปไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ไฟป่าแพร่ ได้ระดมกำลังเดินเท้าขึ้นไปช่วยกันดับไฟต่อไปแล้ว

จ.พะเยา เทศบาลเมืองพะเยา ได้จัดทำพิธีทำบุญเสริมสิริมงคลกว๊านพะเยาที่ประสบภัยแล้งอย่างหนักในปี 2559 หวังให้กว๊านพะเยารอดพ้นภาวะภัยแล้งโดยเร็ว ทั้งนี้ ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 200 รูป นำโดยพระราชปริยัติ พร้อมรองเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอทั้ง 9 แห่ง ร่วมกันประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่กว๊านพะเยา ณ บริเวณลานข้างกว๊านพะเยา ตรงข้ามอนุสาวรีย์พญางำเมือง อ.เมืองพะเยา เมื่อเย็นวันที่ 9 เม.ย. โดยมี น.ส.จุฬาสินี พรหมเผ่า นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา และประชาชนเข้ามาร่วมกว่า 100 คน ขณะที่พระสงฆ์กำลังสวดมีพายุพัดแรงริมกว๊านพะเยา ไม่นานพายุก็สงบลง

ตอนเย็นวันเดียวกัน เกิดพายุพัดมาพร้อมกับลูกเห็บตกในพื้นที่ ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ขนาดลูกเห็บเท่ากับลูกมะแว้ง และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย พบว่าพายุแรงได้พัดต้นไม้ใหญ่ คือต้นโพธิ์ข้างวัดศรีเมืองมาง ต.หย่วน กิ่งต้นโพธิ์ได้หักโค่นลงมากลางถนน ทับป้ายโฆษณาพัง แต่ไม่พบบ้านเรือนประชาชนเสียหาย นอกจากนี้มีฝนตกลมพัดแรงในพื้นที่ อ.จุน อ.ภูซาง และมีฝนตกบางส่วนในพื้นที่ อ.แม่ใจ และ อ.เมือง ส่งผลให้อากาศที่ร้อนเย็นลงอย่างรวดเร็วนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล นายอำเภอเชียงคำ กล่าวว่า สถานการณ์วาตภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีลูกเห็บตกลงมาด้วยแต่ไม่เกิดความเสียหาย ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งสำรวจความเสียหายแล้ว ส่วนวาตภัยที่เกิดขึ้นวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.ฝาย-กวาง มีพื้นที่ประสบภัย 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่ 8, 9, 11, 13, 14, 16 บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 174 หลัง เทศบาลตำบลฝายกวาง ได้ช่วยเหลือกระเบื้องมุงหลังคาให้แก่ผู้ประสบภัยแล้วประมาณ 3,000 แผ่น.

ที่มา>>>Thairath

เบลเยียมรวบแล้ว ‘โมฮัมเหม็ด อาบรินี’ ผู้ต้องสงสัยสำคัญเอี่ยวโจมตีปารีส

(ภาพ: AFP)

สื่อเบลเยียมเผย เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีปารีสได้แล้ว หลังจากหลบหนีมาหลายเดือน นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยรายอื่นๆ ได้อีกหลายคน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการกลางของประเทศเบลเยียมยืนยันในวันศุกร์ (8 เม.ย.) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยมีส่วนเชื่อมโยงกับการวางระเบิดสนามบินซาเวนเทม และสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบค ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม เมื่อ 22 มี.ค. ที่ผ่านมาได้อีกหลายคน แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม

ภาพนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี (ภาพ: AFP)

อย่างไรก็ตาม สื่อในเบลเยียมรายงานว่า นายโมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อวินาศกรรมกรุงปารีส ของฝรั่งเศส เมื่อ 13 พ.ย. ปีก่อน ได้แล้ว หลังเขาหลบหนีการจับกุมมานานกว่า 5 เดือน ก็ถูกรวบตัวได้แล้วเช่นกัน โดยเขาถูกจับในเขตอันเดอร์เลชท์ ในกรุงบรัสเซลส์

ทั้งนี้ นายอาบรินี วัย 31 ปี เป็นชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตีในกรุงปารีส หลังจากเขาถูกกล้องวงจรปิดที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบันทึกภาพได้ว่าร่วมเดินทางกับนายซาเลาะห์ อับเดลสลาม หนึ่งในทีมโจมตีกรุงปารีส ซึ่งถูกทางการเบลเยียมจับกุมได้ก่อนหน้านี้เพียง 2 วันก่อนเกิดวินาศกรรมปารีสภาพชายชุดขาวผู้ต้องสงสัยร่วมวางระเบิดโจมตีสนามบินในกรุงบรัสเซลส์ (ภาพ: REUTERS)

สื่อเบลเยียมยังรายงานด้วยว่า นายอาบรินีอาจเป็นคนเดียวกับชายชุดขาว ซึ่งร่วมกับมือระเบิดฆ่าตัวตายอีก 2 คน โจมตีสนามบินซาเวนเทม โดยทั้ง 3 คน ซุกซ่อนระเบิดไว้ในกระเป๋าเดินทาง แต่ระเบิดของชายชุดขาวไม่ทำงาน เขาจึงหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ และขณะนี้กำลังถูกทางการเบลเยียมล่าตัว.

ที่มา>>>Thairath