‘มีชัย’ นำทีมแจงร่างฯ ปัดสปท.ไร้ผลงาน หั่นวาระเหลือ 120 วัน

 

“มีชัย” นำทีม กรธ.แจงร่างฯ 279 มาตรา ต่อ “สปท.-สนช.-หน.ส่วนราชการ” เพื่อรับรู้วาระก่อนทำประชามติ ปัดสปท.ไร้ผลงาน หั่นวาระเหลือ 120 วัน เมิน พท.ออกแถลงการณ์คัดค้าน ร่างฯ…

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเหล่าบรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หัวหน้าส่วนราชการ และหัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ต่างทยอยเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับฟังการชี้แจงสาระสำคัญของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับก่อนลงประชามติ จากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ซึ่งการประชุมได้เริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. และ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

จากนั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้อภิปรายชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ตอนหนึ่งว่า กรธ.เริ่มทำงาน เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 58 กำหนดทำงานต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 1 เม.ย. 59 แต่ต้องทำให้เสร็จก่อน เพื่อจะได้มีเวลาตรวจสอบตั้งแต่การทำงานครั้งแรก รวมประชุมทั้งหมด 115 ครั้ง โดยร่างฉบับแรกเปิดเผย เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 มี 270 มาตรา ซึ่งมีผู้เสนอให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม 258 ข้อ โดย กรธ.ได้นำมาแก้ไขทั้งสิ้น 88 มาตรา นำมาควบรวม 6 มาตรา เพิ่มใหม่ 15 มาตรา รวมแล้วร่างฉบับสุดท้ายมี 279 มาตรา

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ประธาน กรธ.ชี้แจง 30 นาที จะเปิดโอกาสให้สมาชิกทั้ง 2 สภา อภิปรายซักถาม ซึ่งประเด็นในการซักถามนั้น จะเป็นการสอบถามถึงรายละเอียดในประเด็นที่สมาชิกยังมีข้อสงสัย จนถึงเวลา 11.30 น. จึงปิดการประชุม

ทั้งนี้ นายมีชัย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับลดวาระการทำงานของ สปท.ให้เหลือเพียงแค่ 120 วัน ว่า ไม่ได้เป็นเพราะ สปท. ไม่มีผลงาน แต่ที่ผ่านมา สปท.ทำหน้าที่แค่เสนอแนะแนวทางการปฏิรูปเท่านั้น ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงเห็นควรให้มีคณะทำงาน หรือคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เกิดมีผลสำเร็จต้องดำเนินการทันที สำหรับโครงสร้างของคณะทำงานจะมี สปท.เดิมเข้าไปร่วมด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ คสช. และ สปท. จะเป็นผู้กำหนด แต่จะไม่อยู่ในรูปแบบของสภาอย่างแน่นอน

“ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อบังคับใช้แล้วจะสามารถกำหนดทิศทางประเทศ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม แต่ต้องขึ้นอยู่ว่าจะสามารถปฏิรูปการศึกษา และกระบวนการยุติธรรมได้มากน้อยเพียงใด” นายมีชัย กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีการออกแถลงการณ์มาหลายครั้งแล้ว คัดค้านตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่สมบูรณ์ แถลงการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำประชามติหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชน

ส่วนกระแสคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในประเด็นเรื่องการบัญญัติเรื่องการศึกษา ที่ให้สิทธิเรียนฟรีถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นายมีชัย กล่าวว่า ระบบการศึกษาปัจจุบันไม่ทัดเทียม ดังนั้นสิ่งที่ กรธ.บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ ร่นระยะเวลาเรียนฟรี ตั้งแต่ช่วงอนุบาล ซึ่งจากเดิมเริ่มต้นในช่วงประถมศึกษา และแม้ว่าในช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายไม่ได้กำหนดสิทธิในเรื่องการเรียนฟรีไว้ แต่ก็มีกองทุนการศึกษาให้ ทั้งแบบให้แบบเปล่า หรือให้เรียน ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์การคัดกรองคุณสมบัติของผู้กู้ยืม ว่ามีฐานะยากจนหรือไม่

ที่มา>>>Thairath

ออกแล้ว! กรธ.คลอด ร่างรธน.ปี59 (ฉบับสมบูรณ์) ส่งถึง นายกฯ-ครม.แล้ว

ออกแล้ว! ร่างรธน.2559 (ฉบับสมบูรณ์) โดยมีการปรับแก้ไขใน 88 มาตรา สรุปเคาะ 279 มาตรา 16 หมวด 1 บทเฉพาะกาล พร้อมส่งครม.วันนี้  ด้าน”มีชัย” แถลงร่างฯ ฉบับก่อนลงประชามติ เผย ส่งร่างถึงมือ “นายกฯ-ครม.” แล้ว

29 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็ปไซต์ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เผยแพร่ ร่างรธน.ฉบับปี 2559 แล้วเมื่อเวลา 13.39 น. ทางhttp://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/more_news.php?cid=61โดย กรธ.ได้ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับสมบูรณ์ 2559 ให้ ครม. แล้ว ทั้งนี้มีการปรับแก้ไขใน 88 มาตรา สรุปเคาะ 279 มาตรา 16 หมวด 1 บทเฉพาะกาล

ขณะที่ เวลา 13.39 น. ที่ห้องงบประมาณ ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงข่าวการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับก่อนลงประชามติ” ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า กรธ.เริ่มทำงานวันแรก วันที่ 6 ต.ค. โดยจะครบ 180 วัน วันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ ได้ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับดังกล่าวมี จำนวน 279 มาตรา 105 หน้า แบ่งเป็น 16 หมวด คือ 1. บททั่วไป 2. พระมหากษัตริย์ 3. สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย 4. หน้าที่ของปวงชนชาวไทย 5. หน้าที่ของรัฐ 6. แนวนโยบายแห่งรัฐ 7. รัฐสภา 8. ครม. 9. การขัดกันแห่งผลประโยชน์ 10. ศาล 11. ศาลรัฐธรรมนูญ 12. องค์กรอิสระ 13. องค์กรอัยการ 14. การปกครองท้องถิ่น 15. การแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญ 16. การปฏิรูปประเทศ และบทเฉพาะกาล

ที่มา>>>Thairath

ลูกสาว’วัฒนา’รุดเยี่ยมพ่อที่ มทบ.11ยัน กำลังใจดี ออกมาก็สู้ต่อ

 

น้องเฟ‘ ลูกสาว “เสี่ยไก่” วัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ รุดเยี่ยมให้กำลังใจพ่อ หลังถูกทหารควบคุมตัวไปปรับทัศนคติที่ มทบ.11 พร้อมนำยารักษาโรคและสิ่งของที่จำเป็นมาให้ ยืนยันผู้เป็นพ่อจุดยืนไม่เปลี่ยนแปลง ขอสู้ต่อเพื่อประชาชน …

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ที่มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ น.ส.วีรดา เมืองสุข ลูกสาวนายวัฒนา เมืองสุข เดินทางมาเยี่ยม และนำเสื้อผ้าพร้อมยารักษาโรคประจำตัวมามอบให้พ่อของตนเองที่ถูกคุมตัวอยู่ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 โดยมีนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความพร้อมทีมงานร่วมเดินทางมาด้วย

น.ส.วีรดา กล่าวว่า วันนี้นำเสื้อผ้าและยามาให้พ่อ เนื่องจากพ่อยังไม่ได้กลับบ้านเลยนับตั้งแต่ทหารนำกำลังมาที่หน้าบ้านเมื่อวันที่ 27 มี.ค. โดยตนเป็นห่วงคุณพ่อ มาอยู่ที่นี่พ่อก็คงไม่สบายใจ อยากให้คุณพ่อออกมา เวลาตนมีปัญหาพ่อก็จะอยู่กับตนเสมอ วันนี้พ่อถูกจับตัวไป ตนก็ต้องมาหาพ่อ โดยจะทำเท่าที่จะทำได้

น.ส.วีรดา เมืองสุข ลูกสาวนายวัฒนา เมืองสุข เดินทางมาเยี่ยม และนำเสื้อผ้าพร้อมยารักษาโรคประจำตัวมามอบให้พ่อ ที่ มทบ.11

ด้าน นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า ของที่เอามาให้ก็เป็นสิ่งของที่จำเป็น นายวัฒนาต้องการยารักษาโรคประจำตัวตามประสาคนมีอายุ อีกทั้งนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เพราะเมื่อวานนายวัฒนาใส่เสื้อยืดเพราะไม่ได้กลับบ้าน โดยตนได้ประสานทหารเพื่อขอเข้าพบนายวัฒนาในวันนี้

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารให้ น.ส.วีรดา กับนายนรินท์พงศ์ รออยู่ที่หน้าป้อมเพื่อประสานให้เจ้าหน้าที่ขับรถมารับตัว กินเวลา 30 นาที จึงมีรถมารับเข้าไปภายใน โดยไม่อนุญาตให้ทนายความร่วมเยี่ยมด้วย ทั้งนี้อนุญาตให้เยี่ยมในเวลา 11.00-12.00 น.

ลูกสาว บอกพ่อกำลังใจยังดี หากออกมาก็ขอสู้ต่อ

จากนั้นเมื่อเวลา 12.15 น. เจ้าหน้าที่ทหารจึงขับรถมาส่ง น.ส.วีรดา ที่ป้อมหน้า หลังจากเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยมนายวัฒนากินเวลา 1 ชั่วโมงเศษๆ โดยน.ส.วีรดาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า นายวัฒนามั่นคง จุดยืนไม่เปลี่ยนแปลง จะสู้เพื่อประชาชน หากได้รับการปล่อยตัวก็จะต่อสู้ต่อ เพราะเป็นคนของประชาชน และหากประชาชนยอมให้คนของประชาชนถูกจับ นายวัฒนาก็ยอมถูกจับ โดยตนได้ไปรับประทานอาหารพร้อมนายวัฒนาที่อีกห้องหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าจะถูกคุมตัวนานแค่ไหน แต่อย่างมากสุดก็ 7 วัน ซึ่งทางทหารอนุญาตให้เยี่ยมวันละ 1 ครั้ง โดยเลือกเอาว่าจะเยี่ยมเวลา 11.00-12.00 น. หรือเวลา 17.00-18.00 น. ซึ่งตนคงเลือกเวลา 11.00 น. และจะมาเยี่ยมพ่อทุกวันจนกว่าได้รับการปล่อยตัว

ที่มา>>>Thairath

MH370 เที่ยวบินลึกลับ 2 ปีที่สาบสูญกับปริศนาระดับโลก

 * MH370 เที่ยวบินลึกลับ 2 ปีที่สาบสูญกับปริศนาระดับโลก *

MH370 ,เที่ยวบินลึกลับ, 2 ปีที่สาบสูญ,กับปริศนาระดับโลก

วันที่ 8 มีนาคม 2559 เป็นวันครบรอบ 2 ปีเต็มของการหายสาบสูญไปของเที่ยวบิน MH370 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต

หลังเครื่องบินทยานขึ้นสู่ฟ้าได้เพียง 45 นาที สัญญาณการติดต่อของเที่ยวบิน MH370 ก็ได้หายไป ระหว่างกำลังบินออกไปตามเส้นทางผ่านทะเลจีนใต้ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนต่างช่วยกันปฏิบัติการค้นหาร่องรอยของเที่ยวบินนี้ ที่ผ่านมาถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ไขปริศนาครั้งนี้ได้อย่างกระจ่างแจ้ง

การสูญหายไปของเที่ยวบิน MH370 ตามมาด้วยทฤษฎีต่างๆ มากมาย แม้ว่าประเด็นจี้ปล้นสลัดอากาศ หรือการก่อการร้าย ดูเหมือนจะเป็นข้อสันนิษฐานหลักๆ ที่ชุดสืบสวนให้น้ำหนัก แต่ก็ยังคงไม่มีข้อมูลยืนยันได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาซากเครื่องบิน ที่เชื่อว่า MH370 ได้เปลี่ยนเส้นทางจากเดิมและบินออกไปสู่น่านน้ำมหาสมุทรอินเดีย

ขณะที่ในระยะเวลาที่ผ่านมา มักมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการค้นพบซากเครื่องบินมาเป็นระยะๆ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ชิ้นส่วนปีกเครื่องบินถูกพบที่เกาะเรอูนียง ทางมหาสมุทรอินเดียตะวันตก ซึ่งทางการมาเลเซียได้ทำการตรวจสอบและยืนยันว่า ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของเที่ยวบิน MH370

หรือล่าสุดเมื่อไปกี่วันก่อนหน้านี้ มีการค้นพบชิ้นส่วนคล้ายซากเครื่องบินที่ประเทศโมซัมบิก ทวีปแอฟริกา ทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย มีข้อความระบุว่า “No Step” ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนแพนหางของเครื่องบิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจพิสูจน์ว่าจะเป็นชิ้นส่วนของ MH370 อีกชิ้นหรือไม่ และจะช่วยตอกย้ำว่าแนวทางการค้นหาเที่ยวบินนี้ในมหาสมุทรอินเดีย ถือว่ามาได้ถูกทาง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้จัดทำรายงานพิเศษ ครบรอบ 2 ปีของการสูญหายไปของ MH370 พร้อมกับขยายข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับปมสาเหตุปริศนาครั้งนี้ว่า “หรือจะเป็นนักบินที่ลงมือ?” หยิบยกหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ที่เป็นการสนับสนุนจากแนวการสืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะสัญญาณแปลกๆ ระหว่างนักบินกับการสื่อสารภาคพื้นดิน เช่น การปฏิเสธและไม่ตอบสนองกลับเจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน หรือการปิดตำแหน่งสัญญาณเรดาร์ของเครื่องบิน ที่อาจจะเป็นการกระทำของนักบินก็เป็นไปได้…

หย่าผัวไม่ทันไร! “ฮิลารี่” โชว์กิ๊กใหม่ซะแล้ว

 * หย่าผัวไม่ทันไร! “ฮิลารี่” โชว์กิ๊กใหม่ซะแล้ว *

 ฮิลารี่ สแวงค์

    หลังหย่าขาดจากสามีเก่า แชด โลว์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดูเหมือนว่านางเอกสาว ฮิลารี่ สแวงค์ จะพบรักใหม่ติดจรวดปรู๊ดปร๊าดทันใจ และช่างเป็นความรักที่ผสมผสานกลมกลืนเข้ากันดี ระหว่างธุรกิจกับความรู้สึกซะด้วย       

   ทั้งนี้เว็บไซด์ “FemaleFirst” ของอังกฤษรายงานว่า ม่ายสาวป้ายแดง ฮิลารี่ สแวงค์ ได้คอนเฟิร์มมาเรียบร้อยแล้วว่า เจ้าหล่อนกำลังออกเดทกับตัวแทนของตัวเอง จอห์น แคมพิซี่ โดยนางเอกเจ้าของรางวัลออสก้าร์ได้เซ็นใบหย่ากับสามีเก่า แชด โลว์ ที่อยู่กินกันมานานถึง 9 ปีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  จากนั้นเธอก็ให้สัมภาษณ์ว่า          

   “ฉันกำลังออกเดทกับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมาก คุณจะไว้วางใจเพื่อน เมื่อคุณกำลังจะก้าวผ่านสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และเพื่อนของฉันก็คือครอบครัวของฉัน”

ทัพซีเรียปะทะเดือดไอซิสที่พัลไมรา-อิรักเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล

ทัพซีเรีย

(ภาพ: REUTERS)

กองทัพรัฐบาลซีเรียเคลื่อนกำลังเข้าไปในเมืองโบราณ พัลไมรา ที่ถูกกลุ่มไอซิสยึดครองอยู่แล้ว ขณะที่กองทัพอิรักเริ่มปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูล เมืองใหญ่ทางตอนเหนือ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลของประเทศซีเรีย เคลื่อนกำลังเข้าสู่เมืองโบราณ ‘พัลไมรา‘ ซึ่งถูกยึดครองโดยกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) แล้ว เมื่อวันพฤหัสบดี หลังเกิดการปะทะกับกลุ่มไอซิสอย่างรุนแรง ในวันเดียวกัน กองทัพอิรักก็เริ่มปฏิบัติการเพื่อยึดคืนเมืองโมซูล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศที่ถูกไอซิสยึดไปใช้เป็นฐานที่มั่นตั้งแต่ปี 2557 แล้ว

ตามการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ซึ่งมีสำนักงานในอังกฤษ กองทัพรัฐบาลซีเรียรุกคืบเข้าไปในเขตโรงแรมของเมืองพัลไมรา และเริ่มเข้าเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยแล้ว แต่การเคลื่อนกำลังเป็นไปอย่างช้าๆเพราะไอซิสวางกับระเบิดเอาไว้มากมาย นอกจากนี้กองทัพยังโจมตีกลุ่มไอซิสในภาคเหนือของเมืองอย่างหนักด้วย โดยไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่แน่ชัด

ทั้งนี้ เมืองพัลไมรา ซึ่งอุดมไปด้วยหลักฐานทางโบราณคดีที่บางอย่างมีอายุเก่าแก่เกือบ 2,000 ปี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญระหว่างเมืองหลวงกรุงดามัสกัส กับเมืองเดียร์ เอซ-ซอร์ ทางตะวันออก โดยกองทัพรัฐบาลซีเรียเริ่มปฏิบัติการยึดคืนในช่วงต้นเดือนมี.ค.และได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากประเทศรัสเซีย และการรุกคืบครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก กองทัพรัฐบาลสามารถยึดเนินเขาและพื้นที่สูงรอบเมืองพัลไมราได้หลายแห่ง

อีกด้านหนึ่ง กองทัพรัฐบาลอิรัก เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพื่อยึดคืนเมืองโมซูล ฐานที่มั่นสำคัญของไอซิสในภาคเหนือของประเทศแล้ว โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากสหรัฐฯ และทางภาคพื้นจากกองกำลังเปชเมอร์กาของชาวเคิร์ด และกองกำลังรบกึ่งทหารของชาวมุสลิมชีอะห์ โดยตั้งเป้าจะยึดคืนเมืองโมซูลให้ได้ภายในปีนี้

กองทัพอิรักออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ขั้นตอนแรกของปฏิบัติการ ฟาตาห์ เริ่มขึ้นในช่วงรุ่งเช้าเพื่อปลดปล่อยจังหวัดนิเนเวห์ ใกล้กับเมืองโมซูล สามารถยึดคืนหมู่บ้านได้หลายแห่ง ขณะที่แหล่งข่าวในกองกำลังความมั่นคงอิรักระบุว่า การยึดคืนพื้นที่แถบนี้ก็เพื่อให้เป็นฐานสำหรับทหารจากกรุงแบกแดด ซึ่งจะถูกส่งมาโจมตีและโอบล้อมเมืองโมซูล

ที่มา>>>Thairath

ให้ออก3สีกากี กระทืบ5นักศึกษา

เจอ5ข้อหาหนักผบช.ภ.6สุดทนทำภาพพจน์เละ

กระทืบนักศึกษา

สั่งให้ออกจากราชการ 3 ตำรวจตีนโหด หลังก่อเหตุขับรถเฉี่ยวชนกับรถเก๋ง 5 นักศึกษา แถมยิงถล่มรถพรุนแล้วรุมยำจนเหยื่อบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นถูกตั้ง 5 ข้อหาฉกรรจ์ ด้าน ผบช.ภ.6 ย้ำพฤติกรรมทำให้ภาพพจน์ของตำรวจเสียหาย ส่วนผู้การฯเมืองสองแควโร่พบอธิการบดีสยบกลุ่มม็อบนักศึกษาที่เตรียมก่อหวอดกดดัน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่

จากเหตุการณ์ที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลกประกอบด้วย 1.นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ 2.นายศิริวัฒน์ คุ้มทัศ 3.นายธนพล คงอิว 4.นายธราเทพ แสงพิรุณ ทั้ง 4 คน เรียนปี 3  และ 5.น.ส.กมลชนก กล่ำเทพ เรียนปี 3 สาขาคหกรรมศาสตร์ เข้าแจ้งความ สภ.เมืองพิษณุโลก และร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 กล่าวหาว่า ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ ส.ต.อ.สุบิน นุชขำ สังกัด กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก ขับรถปาดหน้าแล้วใช้ปืนรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและมีหลักฐานเป็นกล้องถ่ายจากรถของพยานที่เห็นเหตุการณ์นั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก เดินทางเข้าพบ ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมยืนยันขั้นตอนของการดำเนินคดีกับ 3 ตำรวจ โดย พล.ต.ต.อดิศักดิ์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะในโลกโซเชียลได้ตั้งกลุ่มปลุกระดมนักศึกษาให้ชุมนุมกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกรงว่าอาจเกิดปัญหามวลชนจึงต้องรีบมาทำความเข้าใจกับกลุ่มนักศึกษาและอธิการบดี เพื่อยืนยันว่าเรื่องนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนแล้ว และขอยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ผบก.ภ.จ.พิษณุโลกกล่าวต่อว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้แยกเป็น 2 คดี โดยคดีแรก ส.ต.อ.สุบิน นุชขำ ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลก 1 ใน 3 ตำรวจที่ถูกกล่าวหาได้เข้าแจ้งความว่า รถของกลุ่มนักศึกษาเฉี่ยวชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนและพยายามหลบหนี ซึ่งคดีนี้แยกเป็นคดีจราจรกับคดีกลุ่มนักศึกษาทั้ง 5 รายแจ้งความว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นคดีอาญา เลขที่ 474/2559 ซึ่งกระบวนการขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนทั้ง 2 คดีแล้ว พร้อมจะสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่าย โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรมและตัวแทนของมหาวิทยาลัยราชภัฏ–พิบูลสงครามเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนด้วย

ขณะเดียวกัน ได้เสนอให้ บช.ภ.6 มีคำสั่งย้าย 1.ร.ต.อ.วุฒิภัทร บัวอุไร 2.ร.ต.ท.ธนาคาร ชัยพิพัฒน์ และ 3.ส.ต.อ.สุบิน นุชขำ สังกัด กก.สส.ภ.จ.พิษณุโลกไปช่วยราชการที่ บช.ภ.6 พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนด้านวินัยและอาญา โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.สุชาติ โสรัจจ์ รอง ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก ดูแลคดีทั้งหมดและมอบหมายให้ พ.ต.อ.พิเชรษฐพงศ์ ธนาบูรณศักดิ์ ผกก. (สอบสวน) ภ.จ.พิษณุโลก เป็นหัวหน้าชุดสอบสวนร่วมกับรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามและเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ขอยืนยันว่าคดีนี้ใครผิดต้องดำเนินคดีตามข้อเท็จจริง

ขณะที่ ดร.สาคร สร้อยสังวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก ที่มาชี้แจงกรณีดังกล่าวเพื่อยืนยันถึง ขั้นตอนการทำงานและรูปแบบคดี ไม่ใช่เป็นการเข้าพบเพื่อเคลียร์คดีกับกลุ่มนักศึกษาแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการชุมนุมเพื่อกดดันตำรวจนั้น ตนได้พูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาแล้วให้ระงับไว้ก่อนและขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนก่อน พร้อมกันนี้ได้ตั้งตัวแทนของมหาวิทยาลัยคือนายพิมล เกษมเสาวภาคย์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิลปวัฒนธรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เข้าร่วมรับฟังการสืบสวนสอบสวนด้วย

ต่อมาเวลา 11.00 น. วันเดียวกันที่ สภ.เมืองพิษณุโลก นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ นายศิริวัฒน์ คุ้มทัศ นายธนพล คงอิว นายธราเทพ แสงพิรุณ และ น.ส.กมลชนก กลํ่าเทพ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายร่างกายเดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยทั้ง 5 คน ชี้รูปยืนยันกับพนักงานสอบสวน ภายหลังตำรวจทั้ง 3 นายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำโดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ

ส่วนบริเวณหน้า สภ.เมืองพิษณุโลก พ.ต.อ.ดิเรก ธนานนท์นิวาส รอง ผบก.ศพฐ.6 พร้อมคณะ ได้มาตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนที่รถเก๋งฮอนด้าบริโอ สีขาว ทะเบียน กพ 3660 พิษณุโลก ของนักศึกษาที่ถูก 3 ตำรวจไล่ยิงพบว่าถูกยิงที่ท้ายรถ 7 นัด และที่ยางล้อหลังขวา 1 นัด พร้อมกับจำลองเหตุการณ์การเฉี่ยวชนกับรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กง 2325 พิจิตร ของตำรวจ รวมทั้งร่องรอยการเฉี่ยวชนกับรถเก๋งยี่ห้อเลกซัส เอ็นเค 300 ทะเบียนป้ายแดง ก-5211 ปทุมธานี ของนายเจริญเกียรติ แซ่เตียว อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 112/134 ถนนเอกาทศรถ อ.เมืองพิษณุโลกที่ขับตามมาอีก 1 คันและเป็นเจ้าของคลิปจากกล้องติดหน้ารถที่มีการเผยแพร่ทางโลกโซเชียล

ต่อมา พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ. 6 เดินทางมาดูการตรวจรถของเจ้าหน้าที่ ศพฐ.6 จากนั้นร่วมกับ พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก และคณะพนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองพิษณุโลก สอบปากคำนักศึกษาทั้ง 5 คน ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองพิษณุโลก ต่อหน้าอาจารย์และเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.พิษณุโลก พร้อมให้นักศึกษาที่ถูกทำร้ายชี้ตัวตำรวจทั้ง 3 นายผ่านห้องกระจก ผลปรากฏว่าชี้ตัวได้ถูกต้องทุกคน

พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 เปิดเผยว่า ตนได้เซ็นคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 3 นาย ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์์ของข้าราชการตำรวจเสื่อมเสีย หลังการสอบสวนพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับตำรวจทั้ง 3 นายรวมทั้งหมด 5 ข้อหาคือ 1. พยายามฆ่า 2. ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 3. กักขังหน่วงเหนี่ยว 4. บังคับข่มขืนใจ 5. พกพาอาวุธปืนและยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หลังการสอบสวนพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัว 3 ตำรวจไปชั่วคราว เนื่องจากมาเข้ามอบตัวเองทั้งสามคนและเชื่อว่าจะไม่หลบหนี

ที่มา>>>Thairath

รวบแก๊งมาเลย์ลักลอบขนยาไอซ์ขึ้นรถไฟ ของกลางมูลค่ากว่าร้อยล้าน

 * รวบแก๊งมาเลย์ลักลอบขนยาไอซ์ขึ้นรถไฟ ของกลางมูลค่ากว่าร้อยล้าน *

แก๊งมาเลย์ลักลอบขนยาไอซ์

แก๊งมาเลย์ลักลอบขนยาไอซ์

ตำรวจประจวบฯ แถลงการจับกุมแก๊งค้ายาชาวมาเลเซีย คาโบกี้รถไฟกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวอร์ธ ยึดยาไอซ์ได้ 74 กิโลกรัม มูลค่า 148 ล้านบาท

วันที่ 24 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 7 ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ลงพื้นที่ปิดล้อมสถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-หาดใหญ่-บัตเตอร์เวอร์ธ หลังได้รับแจ้งพบมีผู้ต้องสงสัยชาวมาเลเซีย จำนวน 7 คน ลักลอบขนยาเสพติดเดินทางมาในรถไฟขบวนนี้ เมื่อตรวจสอบพบของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ จำนวน 74 ห่อ น้ำหนักประมาณ 74 กิโลกรัม

จากสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพว่า รับยาไอซ์มาจากภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อนำส่งไปประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้ค่าจ้างขนกิโลกรัมละ 25,000 บาท โดยยาไอซ์ดังกล่าวซื้อมากิโลกรัมละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 148 ล้านบาท หากเมื่อไปถึงประเทศมาเลเซีย จะมีราคาเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 4 ล้านบาท

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งตัวไปดำเนินคดี ที่กองบังคับการกองปราบปราม ก่อนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เมืองที่รถติดมากที่สุดในโลก ปี 2559

 * กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เมืองที่รถติดมากที่สุดในโลก ปี 2559 *

รถติด กรุงเทพ

เปิด 10 อันดับเมืองที่รถติดมากที่สุดในโลก ปี 2559 กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 รองจากเม็กเม็กซิโกซิตี เผยทั่วโลกการจราจรหนาแน่นขึ้น 13%

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 เว็บไซต์บิสสิเนสไวร์ มีรายงานดัชนีการจราจรประจำปี 2559 ที่จัดทำขึ้นโดยทอมทอม บริษัทให้บริการแผนที่จากเนเธอร์แลนด์ โดยจากการเก็บข้อมูลใน 395 เมืองใหญ่ของ 38 ประเทศ จากทั้ง 6 ทวีป พบว่าเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก คือ เม็กซิโกซิตี เมืองหลวงของเม็กซิโก ขณะที่กรุงเทพมหานคร มีการจราจรติดขัดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก

สำหรับรายชื่อ 10 อันดับเมืองที่มีการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก มีดังนี้

1. กรุงเม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก
2. กรุงเทพฯ ประเทศไทย
3. กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี
4. กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล
5. กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย
6. กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย
7. เมืองซัลวาดอร์ ประเทศบราซิล
8. เมืองเรซีเฟ ประเทศบราซิล
9. นครเฉิงตู ประเทศจีน
10. นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ทอมทอมได้จัดทำดัชนีการจราจรเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยจากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าในปีนี้ การจราจรของโลกมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น 13% นับตั้งแต่ปี 2551 โดยทวีปอเมริกาเหนือการจราจรติดขัดเพิ่มขึ้น 17% ส่วนยุโรปเพิ่มขึ้น 2%

ขณะที่ ราล์ฟ ปีเตอร์ สเคเฟอร์ รองประธานของทอมทอม เผยว่า การจัดทำดัชนีดังกล่าวนี้จะมีส่วนให้ทุกคนได้ร่วมกันคิดว่าเราจะมาช่วยกันลดเวลาที่เสียไปกับการเดินทางในแต่ละวันได้อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมกัน

โจ๋พัทยา ถูกชาวบ้านรุมจับส่งตำรวจ หลังไล่ฟันนักท่องเที่ยว ฉุนขับรถเฉี่ยวกัน

 * โจ๋พัทยา ถูกชาวบ้านรุมจับส่งตำรวจ หลังไล่ฟันนักท่องเที่ยว ฉุนขับรถเฉี่ยวกัน *

ไล่ฟันนักท่องเที่ยว พัทยา

โจ๋พัทยา ถูกชาวบ้านรุมจับส่งตำรวจ หลังไล่ฟันนักท่องเที่ยว ฉุนขับรถเฉี่ยวกัน ฝรั่งเผยโดนแทงที่ท้อง ก่อนร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน

วันที่ 15 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 00.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียถูกวัยรุ่นทำร้ายด้วยอาวุธมีด บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลเมืองพัทยา อ.บางละมุง จึงรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ นายวันชนะ ตุลาทอง อายุ 20 ปี ถูกประชาชนควบคุมตัวไว้ได้หลังก่อ เหตุ พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สปาคร์ น้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และอาวุธมีดปลอกผลไม้ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร 1 เล่ม ส่วนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่หน้าท้องยาวกว่า 10 เซนติเมตร

ไล่ฟันนักท่องเที่ยว พัทยา

จากการสอบถามนายเดนนิส เชอร์บาคอฟ อายุ 32 ปี สัญชาติรัสเซีย เพื่อนผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนเองและผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน จากนั้นชายวัยรุ่นคนดังกล่าวก็ขับรถมาประกบด้านข้าง และบอกว่าพวกตนเองขี่รถเฉี่ยวชน ตนเองจึงจอดรถข้างทาง จากนั้นก็มีปากเสียงกัน ทำให้วัยรุ่นคนดังกล่าวใช้มีดฟันเข้าที่ท้องเพื่อน ซึ่งตนเองพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านจนสามารถช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้

โดยภายหลังจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัวนายวันชนะ ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพจาก workpointtv.com