โจ๋กร่างไม่กลัว ก.ม. ไล่ยิงคู่อริลั่นเมืองตรัง หวิดดับ 2 ราย

โจ๋กร่าง

โจ๋ตรังกร่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เผย เคยท้าดวลปืน ระหว่าง “แก๊งควนขนุน กับ แก๊งนัฐ คลองน้ำเจ็ด” เจอหน้าคู่อริกระหน่ำ 9 มม. และลูกซอง ขับรถไล่ล่าชักปืนถล่มคู่อริ บาดเจ็บ 2 ราย ตร.เร่งขอหมายศาลจับตัวคนร้าย

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 59 ร.ต.อ.มังกร ชัยเพชร์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง รับแจ้งมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนควนขนุน ตำบลทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองตรัง ร.ต.อ.ณฐดนย์ นพรัตน์ รอง สวป. ร้อยเวร 20 สายตรวจรถยนต์ 204 และสายตรวจอินทรีย์ ชุด 4 กำลังชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง รุดไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนหนึ่งตกใจตื่นออกมาดูเหตุบนท้องถนน และพบกองเลือดหยดเป็นทางยาวหลายจุด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงจำนวน 2 ราย ทราบชื่อคือ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ชิดจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 45/3 ถ.ควนขนุน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง มีบาดแผลโดนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกด้านขวาและที่ขาขวา อาการสาหัส และนายพันธกานธ์ หรือปอ ล้อมคง อยู่บ้านเลขที่ 82/3 ม.3 ต.โคกหล่อ (เขตรอยต่อชุมชนควนขนุน) อ.เมือง จ.ตรัง กระสุนโดนที่ศีรษะและไหล่ขวา ทางเจ้าหน้าจึงรีบนำร่างโชกเลือดนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ตรัง อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก และเศษกระดาษหมอนรองกระสุนปืนชนิดลูกซองจำนวน 2 แผ่น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายณรงฤทธิ์ หรือกัน ขับรถจักรยานยนต์ มีนายพันธกานธ์ หรือปอ นั่งซ้อนท้าย และนายมาย กับภรรยา ชื่อ น.ส.ขวัญ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) กับพวกขับรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งออกมาเป็นกลุ่มจากบ้านนายพันธกานธ์ บอกจะไปหาของกินที่ตลาดสดท่ากลาง อำเภอเมืองตรัง ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเห็นกลุ่มคนร้ายจำนวนประมาณ 7-8 คน ขับรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะคันละ 2 คน และบางคัน 3 คน ไล่ล่าชักปืนยิงใส่กลุ่มของผู้บาดเจ็บ เสียงปืนดังสนั่นลั่นทั้งเมือง 1 ในผู้บาดเจ็บรู้จักและจำหน้าคนร้ายได้แม่นคือ นายณัฐพงษ์ ชูจักร์ หรือนัฐ ขาใหญ่คลองน้ำเจ็ด อายุ 20 ปี อยู่ 43/3 ม.1 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ถืออาวุธปืนแล้วใช้อาวุธปืนยิงมายังกลุ่มผู้บาดเจ็บ หลังก่อเหตุจึงบึ่งรถขับหลบหนีไป

สาเหตุเป็นการขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นคลองน้ำเจ็ด กับ กลุ่มวัยรุ่นควนขนุน สอบถามได้ความว่า มีการท้าทายยิงกันก่อนหน้านี้แล้ว กระทั่งมาเจอหน้าจึงก่อเหตุกระหน่ำไล่ยิงดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสอบสวน เรียกประจักษ์พยานมาสอบปากคำและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อเสนอต่อศาลขอออกหมายจับกุมแก๊งคนร้ายโดยเร็ว.

ที่มา>>>Thairath

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึก SCB ยันยึดมาตรฐาน ปัดเกิดประกายไฟ

ผู้บริหาร

ผู้บริหาร เมก้า เสียใจเหตุสลดตึกเอสซีบี ยันรับว่าจ้างมาเปลี่ยนระบบดับเพลิงจากไพโรเจน เป็นไนโตรเจน ย้ำไม่เกิดประกายไฟ ทำตามมาตรฐานรักษาความปลอดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยา จ่ายญาติผู้เสียชีวิตรายละ 1.5 แสน คนเจ็บ คนละ 5 หมื่น…

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายอดิศร โฟดา กรรมการผู้จัดการ และ นายณพงศ์ สุขสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต คดีระบบป้องกันอัคคีภัยไพโรเจน อาคารเอสซีบีปาร์คขัดข้อง จนมีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 7 คน เมื่อคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยนายณพงศ์ ยืนยันว่า วันเกิดเหตุพนักงานของบริษัทได้เข้าไปปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัย จากระบบเดิมที่อาคารได้ว่าจ้างบริษัทอื่นติดตั้งระบบไพโรเจนไว้ เป็นระบบไนโตรเจนแทน โดยปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในการปรับปรุงทั้ง ด้านเทคนิค ขั้นตอนการติดตั้งระบบไนโตรเจน ว่าจะเกี่ยวกับระบบไพโรเจนหรือไม่ รวมถึงการปิดระบบ และบุคคลที่เข้าไปทำงาน ในวันเกิดเหตุเนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พร้อมยืนยัน การปรับปรุงระบบไม่มีประกายไฟเกิดขึ้น ทำตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทุกอย่าง โดยได้รับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยจากกระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องเเบบนี้ เเละไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมช่วยเหลือเยียวยา โดยให้เงินกับญาติผู้เสียชีวิต รายละ 1 แสน 5 หมื่นบาท และช่วยเหลือผู้ได้บาดเจ็บรายละ 5 หมื่นบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งบางส่วนช่วยเหลือด้วยหลักมนุษยธรรมไปเเล้ว โดยยืนยันผู้บริหารทุกคนไม่คิดหนี

ทั้งนี้ บริษัทเมก้า แพลนเน็ต จำกัด เปิดทำการตั้งแต่ปี 2547 ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุใดๆ ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติของบริษัท จะนำไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น.

ที่มา>>>Thairath

แชร์สนั่น คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ ท่ามกลางเสียงร้องระทึก รอดตายหวุดหวิด

 * แชร์สนั่น คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ ท่ามกลางเสียงร้องระทึก รอดตายหวุดหวิด *

คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ

คลิปคนเดินตัดหน้ารถไฟ

แชร์สนั่น คลิประทึกจากในรถไฟ เห็นคนเดินตัดหน้ารถที่มักกะสัน รอดชีวิตหวุดหวิด ส่วนคนในรถร้องด้วยความหวาดเสียว

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ในโลกอินเทอร์เน็ตต่างมีการแชร์คลิปของเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก Somjead Dokchan โดยเป็นคลิปที่ถ่ายจากรถไฟลงมาพื้นที่ด้านหน้า บริเวณมักกะสัน ขณะที่กำลังขับรถ ซึ่งพบว่า ขณะที่รถไฟกำลังวิ่งอยู่นั่น ได้มีคนเดินตัดหน้ารถไป ทำให้คนขับข้างในต่างร้องด้วยความโมโหและหวาดเสียว แต่โชคดีที่คนที่ตัดหน้ารถไม่ได้เป็นอะไร สามารถเดินพ้นไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด

อย่างไรก็ตาม ได้มีคนวิจารณ์คนขับรถไฟว่า ทำไมไม่กดหวูดเตือน แต่ก็มีคนมาปกป้องเช่นกันว่า บางทีเวลานั้นคับขับ อาจจะคิดไม่ทันก็ได้

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Somjead Dokchan

สาวทะเลาะ จ.ส.อ. คว้าปืนจ่อขมับตัวเอง ยื้อแย่งจนปืนลั่นดับสยองคารถ

 * สาวทะเลาะ จ.ส.อ. คว้าปืนจ่อขมับตัวเอง ยื้อแย่งจนปืนลั่นดับสยองคารถ *

สาวทะเลาะ จ.ส.อ.

สาววัย 28 ทะเลาะ จ.ส.อ. บนรถ อ้างฝ่ายหญิงคว้ามือไปหยิบปืนจ่อขมับเอง ก่อนยื้อแย่งกันไปมา สุดท้ายปืนลั่นดับ เผยเอาผ้าห่มคลุมให้ แต่ตกใจรีบวิ่งหนี

วันที่ 11 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมาะ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุมีคนถูงยิงภายในรถยนต์ บริเวณลานคลองถม ตลาดชุมชนแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จึงรุดไปตรวจสอบ ทั้งนี้เมื่อไปถึงยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เชฟโรเลตสีขาวจอดอยู่ใต้ต้นไม้ ภายในรถพบศพ นางสาวตูน (นามสมมติ) อายุ 28 ปี สภาพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดที่ขมับด้านขวา เลือดไหลนองเต็มเบาะ นั่งเสียชีวิตอยู่ที่เบาะข้างคนขับ และมีผ้าคลุมร่างเอาไว้ด้วย

สาวทะเลาะ จ.ส.อ.

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนแห่งหนึ่ง มีรูปร่างหน้าตาสะสวย ก่อนเกิดเหตุมีพยานยืนยันว่า ผู้ตายนั่งรถมากับทหารยศ จ.ส.อ. นายหนึ่ง จึงเรียกตัวมาสอบสวน ซึ่ง จ.ส.อ. รายนี้ ให้การว่า รู้จักกับผู้ตายมาแล้วสักพัก ก่อนเกิดเรื่องได้พากันไปนั่งดื่มสุรากับกลุ่มเพื่อน จากนั้นพอขับรถกลับ ตนและผู้ตายเกิดมีปากเสียงกันรุนแรง ช่วงหนึ่งผู้ตายเอื้อมมือไปคว้าปืนลูกโม่ ขนาด .38 มาจ่อขมับตัวเอง ตนก็พยายามจะยื้อแย่ง แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อปืนลั่นกระสุนเจาะขมับเสียชีวิตคาที่ ส่วนตนตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก จึงนำผ้าห่มมาคลุมร่างและวิ่งหนีไปทันที ก่อนโทรรายงานผู้บังคับบัญชาว่าไม่มีเจตนาฆ่าอย่างแน่นอน

ภาพจาก TopnewsThailand สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

นางสงกรานต์ 59 มณฑาเทวี! ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา ธัญญาหารบริบูรณ์ น้ำน้อย

นางสงกรานต์59

ประกาศสงกรานต์ปี 59 นางสงกรานต์ทรงนามว่า มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา นอนมาบนหลังลา 13 เม.ย. เป็นวันมหาสงกรานต์ วันเสาร์เป็นธงชัย วันพุธเป็นอธิบดี น้ำน้อย ฝนตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า ธัญญาหารจะบริบูรณ์…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้มีประกาศสงกรานต์ ปีพุทธศักราช 2559 ปีวอก ผีเสื้อผู้ชาย ธาตุเหล็ก อัฐศก จุลศักราช 1378 ทางจันทรคติ เป็นปกติ มาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน วันที่ 13 เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติตรงกับวันพุธ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 เวลา 20 นาฬิกา 00 นาที 00 วินาที

นางสงกรานต์ ทรงนามว่า มณฑาเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกจำปา อาภรณ์แก้วไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย พระหัตถ์ขวาทรงเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายทรงไม้เท้า เสด็จไสยาสน์ลืมเนตรมาเหนือหลังคัสพร (ลา) เป็นพาหนะ วันที่ 16 เมษายน เวลา 00 นาฬิกา 34 นาที 12 วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น 1378 ปีนี้ วันเสาร์เป็นธงชัย วันพุธเป็นอธิบดี วันศุกร์เป็นอุบาทว์ วันศุกร์เป็นโลกาวินาศ ปีนี้ วันจันทร์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 500 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า ตกในมหาสมุทร 100 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 150 ห่า ตกในเขาจักรวาล 200 ห่า นาคให้น้ำ 20 ตัว เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ 6 ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล 9 ส่วน เสีย 1 ส่วน

ธัญญาหาร ผลาหาร มัจฉมังษาหารจะบริบูรณ์อุดมสมบูรณ์ ประชาชนทั้งหลายจะเป็นสุขสมบูรณ์แล เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

เจ้าใบหยก ควายหล่อที่สุดในไทย ราคาทะลุล้าน ป่วยตายแล้ว

 * เจ้าใบหยก ควายหล่อที่สุดในไทย ราคาทะลุล้าน ป่วยตายแล้ว *

เจ้าใบหยก ควายหล่อ

เจ้าใบหยก ควายหล่อ

เจ้าใบหยก ควายหล่อที่สุดในประเทศ เจ้าของแชมป์ควายงามกว่า 40 สนาม ป่วยตายแล้ว เจ้าของนิมนต์พระมาสวดส่งวิญญาณก่อนฝัง

วันที่ 10 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าใบหยก ควายยักษ์ที่หล่อที่สุดในประเทศไทยของนายสมบัติ ธรรมละเอียด เจ้าของบิ๊กไอซ์ฟาร์ม ได้ป่วยตายแล้ว โดยนายสมบัติ เปิดเผยว่า เจ้าใบหยก ล้มป่วยได้ประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนพาเจ้าใบหยกไปตระเวนโชว์ตัวที่งานประกวดควายไทย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตลอดเวลาที่เดินทาง เจ้าใบหยกเกิดอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้ท้องอืดกระทั่งเดินทางกลับมาที่ฟาร์ม ตนจึงให้สัตวแพทย์มาตรวจ ปรากฏว่า เจ้าใบหยกมีอาการกระเพาะปัสสาวะอุดตันร่วมด้วยและเกิดการติดเชื้อ ซึ่งสัตวแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการ แต่เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (9 มีนาคม) เจ้าใบหยกลุกไม่ได้ หอบ และได้จากไปอย่างสงบ

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ตนและครอบครัวเสียใจกับการจากไปของเจ้าใบหยกมาก เพราะที่ผ่านมาตลอด 7 ปี ตนก็เลี้ยงดูเจ้าใบหยกเหมือนเป็นคนในครอบครัว ยามว่างจะมาเข้ามาเล่นด้วยตลอดเวลา ซึ่งการตายครั้งนี้ถือว่าเร็วเกินไป วันนี้จึงได้นิมนต์พระมาทำพิธีสวดบำเพ็ญกุศลเพื่อส่งวิญญาณเจ้าใบหยกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะนำไปฝังภายในฟาร์ม

สำหรับเจ้าใบหยกนั้นเป็นควายไทยเพศผู้ อายุ 7 ปี น้ำหนักตัว 1,200 กิโลกรัม และเคยคว้าแชมป์การประกวดควายไทยที่สวยงามที่สุดกว่า 40 สนาม รวมถึงยังได้รับรางวัลพระราชทานแชมป์ออฟเดอะแชมป์ เรียกได้ว่าเป็นควายไทยที่สวยสูงสง่าที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้ค่าตัวพุ่งสูงถึง 5 ล้านบาท ส่วนจุดเด่นของเจ้าใบหยกนั้น คุณสมบัติ บอกว่า ตาเป็นแต้ม แก้มเป็นจ้ำ มีสีดำขลับทั้งตัว มีบั้งสีขาวพาดทั่วคอ ถุงเท้าสีขาวทั้ง 4 ด้าน

ภาพจาก krobkruakao

สวดบังสุกุลให้”เจ้าใบหยก”ควายยักษ์หนัก 1.2 ตัน-ค่าตัว 5 ล้าน หลังป่วยตายกะทันหัน

ควาย1

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งที่บิ๊กไอซ์ฟาร์ม หมู่ 1 ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลส่งดวงวิญญาณ ‘เจ้าใบหยกควายยักษ์พันธุ์ไทยแท้แชมป์ 40 สนามแห่งประเทศไทย หลังตายด้วยอาการป่วยกะทันหันเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยมีนายอิทธิพล ผ่องบุพกิจ นายอำเภอพรหมพิราม เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

ควาย2

นายสมบัติ ทำละเอียด เจ้าของบิ๊กไอซ์ฟาร์ม นายกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย เปิดเผยว่า เจ้าใบหยกอายุ 7 ปีเพศผู้ มีน้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม เป็นควายพันธุ์ไทยแท้ที่เป็นขวัญใจประชาชนคว้าแชมป์การประกวดควายไทยที่สวยงามที่สุดกว่า 40 สนาม และได้รับรางวัลพระราชทานแชมป์ออฟเดอะแชมป์ เรียกได้ว่าเจ้าใบหยกเป็นควายไทยที่สวยสูงสง่าที่สุดในประเทศไทย ค่าตัวพุ่งสูงถึง 5 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าใบหยกจะล้มมีอาการป่วยจากการเนื้ออักเสบ เนื่องจากพยายามปีนคอกเมื่อช่วงสัปดาห์เศษที่ผ่านมา จากนั้นได้นำไปโชว์ตัวที่งานประกวดควายไทยในพื้นที่จ.พิษณุโลก ตั้งแต่ช่วงวันที่ 27 ก.พ. และได้เดินทางต่อไปโชว์ตัวที่จ.เชียงใหม่ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ได้ออกเดินทางไปโชว์ตัวได้มีอาการกระเพาะอาหารไม่ย่อย ทำให้มีอาการท้องอืด จนกระทั่งเดินทางกลับมาที่ฟาร์ม จึงได้ให้แพทย์ทำการตรวจอาการพบว่าเจ้าใบหยกมีอาการกระเพาะปัสสาวะอุดตันด้วย และกระเพาะอาหารพลิก ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ทำงาน นอกจากนั้นเกิดอาการติดเชื้อ ซึ่งทางแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการ แต่เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เจ้าใบหยกมีอาการลุกรนนอนไม่ได้และได้ล้มลง กระทั้งตายเมื่อช่วงเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา

ควาย3

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า การจากไปของเจ้าใบหยกในครั้งนี้ สร้างความเสียใจให้กับตนเอง ครอบครัวและวงการควายไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเจ้าใบหยกเป็นควายที่เรียกว่าเป็นแชมป์ออฟเดอะแชมป์กว่า 40 สนาม ได้รับถ้วยพระราชทานและยังไม่มีควายตัวใดที่สามารถมาแทนเจ้าใบหยกได้ ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมาที่ได้ทำการเลี้ยงดูเจ้าใบหยกอย่างดี ตนรู้สึกเหมือนว่าจะใบหยกเป็นบุคคลหนึ่งในครอบครัว ยามว่างตนก็จะมาคลุกคลรอยู่กับเจ้าใบหยกตลอดเวลา ซึ่งการจากไปในครั้งนี้ของเจ้าใบหยกเรียกได้ว่าเร็วเกินไป วันนี้จึงได้ทำพิธีสวดบำเพ็ญกุศล เพื่อส่งวิญญาณและใบหยกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะนำร่าง ฝังในหลุมขนาด 4 คูณ 4 เมตร ภายในบริเวณฟาร์มของตน

ที่มาของภาพ:ข่าวสดออนไลน์

เมียนายทหารนอกราชการป่วยโรครุม หลอกสามีให้ไปซื้อโจ๊ก ก่อนใช้ปืนยิงตัวดับคาบ้าน

วิชชุตา ศิริโมท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค. ร.ต.ท.หญิง ชนิกรรดา ชูใจ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตยิงตัวตาย ภายในหมู่บ้านบัวทอง 4 ซอย 4/4 บ้านเลขที่ 77/303 ม.5 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รองผบก. รรท.ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.ศุภชัย ไตรสมบูรณ์ รองผกก.วท.พฐ. พ.ต.ท.เกรียงศักดิ์ อัฑฒพงษ์ สว.สส. พร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น ที่ห้องโถงชั้นล่างพบศพนางวิชชุตา ศิริโมทย์ อายุ 58 ปี  นั่งเสียชีวิตอยู่บนโซฟา ที่ขมับขวามีรอยกระสุนปืนเข้า 1 นัดกระสุนฝังใน ที่มือขวาพบอาวุธปืนขนาด .22 แบบลูกโม่ ภายในบรรจุกกระสุนปืนจำนวน 6 นัด ยิงออกไปแล้ว 1 นัด เจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมทั้งเก็บลายนิ้วมือ ที่อาวุธปืนและเก็บเขม่าดินปืนที่มือผู้เสียชีวิตทั้งสองข้างไว้เป็นหลักฐาน

ร.ต.นูญ ศรีทอง อายุ 65 ปี นายทหารนอกราชการ สามีผู้ตาย กล่าวว่า ได้พักอาศัยอยู่กับนางวิชชุตา เมื่อช่วงเช้านางวิชชุตาบอกว่าอยากจะกินโจ๊ก จึงออกจาบ้านไปซื้อโจ๊กมาให้ เมื่อเปิดประตูเข้าบ้าน ก็พบนางวิชชุตาใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตแล้ว จึงได้โทรแจ้งตำรวจให้ทราบ
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่านางวิชชุตามีโรคประจำตัว เช่น โรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด และเครียด รวมถึงโรคซึมเศร้า ก่อนเกิดเหตุได้ให้สามีไปซื้อโจ๊กมาให้ที่ตลาดภายในหมู่บ้าน และใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง 1 นัด โดยบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด แต่ไม่ได้สนใจ  คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากโรครุมเร้า โรคเครียดและโรคซึมเศร้า

ที่มาของภาพ:ข่าวสดออน์ไลน์

ลูกจ้างสาวลาววัย 18 กระหน่ำแทงเมียตำรวจ อดีต ผกก. ก่อนชิงเงินหนี

 * ลูกจ้างสาวลาววัย 18 กระหน่ำแทงเมียตำรวจ อดีต ผกก. ก่อนชิงเงินหนี *

แทงเมียตำรวจ

แทงเมียตำรวจ

สุดโหด ! ลูกจ้างชาวลาวกระหน่ำแทงนายจ้าง ภรรยานายตำรวจอดีตผู้กำกับ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ก่อนชิงเงินสดหลบหนี คาดวางแผนฆ่าไว้ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามีคนเสียชีวิตภายในร้านสยามมาร์ท ซึ่งตั้งอยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 2 ต.สำพะเนียง อ.บ้านแพรก จึงรุดไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุภายในห้องครัว พบร่างผู้เสียชีวิต คือ นางเกศินี ชูตระกูล อายุ 55 ปี เจ้าของร้านซึ่งเป็นภรรยา ของ พ.ต.อ. คณธัช ชูตระกูล อดีตผู้กำกับ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง อยู่ในสภาพนอนตะแคงเสียชีวิตจมกองเลือด ตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดนับ 10 แผล และพบมีดปลอกผลไม้ยาวประมาณ 5 นิ้วเปื้อนเลือด 1 เล่ม และมีดปลอกผลไม้ ยาวประมาณ 4 นิ้ว หักจากด้าม 1 เล่ม เปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบภายในลิ้นชักโต๊ะเก็บเงินพบว่า มีร่องรอยถูกรื้อค้นและเงินที่อยู่ภายในลิ้นชักหายเกลี้ยง และเมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ปรากฏว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตอยู่ภายในร้านกับ น.ส.นา (นามสมมติ) ลูกจ้างสาวชาวลาว อายุ 18 ปี ที่ผู้เสียชีวิตเพิ่งรับเข้ามาทำงานที่ร้านได้ประมาณ 1 เดือน กระทั่งช่วงบ่ายเห็นหญิงสาวชาวลาวเดินมาเรียกผู้เสียชีวิตให้เข้าไปที่ด้านหลังร้าน ต่อมาไม่นาน หญิงสาวชาวลาวคนดังกล่าวก็ได้เดินออกมาจากในครัว และตรงมาที่ลิ้นชักเปิดหยิบเงินสดก่อนวิ่งหลบหนีไป

อ่านเพิ่มเติม ลูกจ้างสาวลาววัย 18 กระหน่ำแทงเมียตำรวจ อดีต ผกก. ก่อนชิงเงินหนี

รวบสองพี่น้องจี้ปั๊มแก๊ส เช็กปูมหลังเป็นลูกแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดถูกยิงดับคาร้าน

 * รวบสองพี่น้องจี้ปั๊มแก๊ส เช็กปูมหลังเป็นลูกแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดถูกยิงดับคาร้าน *

ลูกแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดถูกยิง

รวบสองพี่น้องจี้ปั๊มแก๊ส ใช้ปืนฟาดพนักงานจนหางคิ้วช้ำ เช็กปูมหลังพบเป็นลูกของแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นยิงถล่มร้านดับเมื่อต้นปี 2558

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน จ.นครปฐม ได้นำตัวพี่น้องวัย 19 และ 18 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ปั๊มแก๊ส ริมถนนเพชรเกษม หลังจากลงมือนำปืนจ่อที่ศีรษะพนักงานเก็บเงินปั๊ม พร้อมข่มขู่เอาเงินในวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 03.45 น. อย่างไรก็ตาม พนักงานได้ขัดขืน คนร้ายึงได้เอาปากกระบอกปืนกระแทกที่หางคิ้วจนช้ำ ก่อนชักมีดขู่และแย่งกระเป๋าออกจากคอ แล้วหนีไป ซึ่งตำรวจได้เช็กกล้องวงจรปิด ติดตามจับกุมตัวได้สำเร็จ

ด้านผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า ก่อเหตุเพราะความเครียดที่ตกงานมากว่า 2 เดือน ส่วนปูมหลังของทั้งสองคนนั้น ได้สูญเสียแม่จากกรณีที่แม่ขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด ถูกวัยรุ่นยิงตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2558 โดยก่อนหน้านั้น วัยรุ่น 2 คนถูกทำร้าย แต่คู่กรณีสู้ไม่ได้ จึงไปตามพวกอีก 10 คนมายิงถล่มร้าน ลูกกระสุนถูกแม่เสียชีวิตนั่นเอง

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tnamcot