รับประกัน ‘หยุดยาว’ นี้อยู่ไม่สุข 5 ประเทศ ‘ค่าเงินต่ำ’ ไม่ไปเสียดายแย่!

ใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วงวันสงกรานต์กันแล้ว หลายคนไม่อยากนั่งทนร้อนอยู่ที่เมืองไทยเลยขอโบยบินไปลั้นลาต่างประเทศ ว่าแต่…คนงบน้อยอย่างเรา จะมีโอกาสไปเที่ยวได้ไกลกว่าต่างจังหวัดบ้างไหมนะ?

ไปได้สิ รออะไร! วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอเปิดคู่มือพาไปส่องค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ที่คุณสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินได้คุ้มค่าสุดๆ ค่าครองชีพต่ำ แถมช็อปปิ้งได้สะใจ ส่วนจะมีประเทศไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาดูเลยดีกว่า (ค่าเงิน ณ วันที่ 29 มีนาคม 2559)

1. เมียนมา

เริ่มกันที่ประเทศที่เนื้อหอมที่สุดในอาเซียนตอนนี้ นั่นคือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หรือที่เรียกกันคุ้นเคยว่าประเทศพม่า มีพรมแดนติดกับอินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย บางส่วนของพรมแดนพม่าเป็นแนวชายฝั่งตามอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน ที่มีความยาว 1,930 กิโลเมตร ประเทศพม่าเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเมืองหลวงคือ กรุงเนปิดอว์แลกเงินสกุลเงินราคาถูก ที่ไหนบ้างมาเช็กกันเลย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ทะเลสาบอินยา วัดพระมหามุนี พระธาตุไจทีโย รวมถึงเที่ยวในตัวเมืองหลวงเก่าอย่างนครย่างกุ้ง เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศพม่า คือ จัต (Kyat) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 0.030 MMK ต่อ 1 THB

2. สปป.ลาว

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) หรือประเทศลาว เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ 236,800 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนติดต่อกับจีน ทางทิศเหนือติดต่อกับพม่า ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดต่อกับเวียดนาม ทางทิศตะวันออกติดต่อกับกัมพูชา ทางทิศใต้ติดต่อกับประเทศไทย ทางทิศตะวันตกกั้นด้วยแม่น้ำโขงเป็นบางช่วง

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พระธาตุหลวง ประตูไซ พระบรมมหาราชวังหลวงพระบาง ที่ราบสูงโบลาเวน หอพระแก้ว และเที่ยวชมในวังเวียงและเมืองหลวง คือ นครเวียงจันทน์ เป็นต้น

สกุลเงินของ สปป.ลาว คือ กีบ (Kip) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 229.72 LAK ต่อ 1 THBค่าเงินกีบ

3. อินโดนีเซีย

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างคาบสมุทรอินโดจีนกับทวีปออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะบอร์เนียวหรือกาลีมันตัน (Kalimantan), ประเทศปาปัวนิวกินีบนเกาะนิวกินีหรืออีเรียน (Irian) และประเทศติมอร์-เลสเตบนเกาะติมอร์ (Timor)

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ บุโรพุทโธ ภูเขาไฟโบรโม ทะเลสาบโตบา เกาะบาหลี หรือเที่ยวในตัวเมืองหลวงอย่างกรุงจาการ์ตาก็ได้

สกุลเงินของประเทศอินโดนีเซีย คือ รูเปียห์ (Rupiah) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 2.63 IDR(:1000) ต่อ 1 THBอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา โดย ซุปเปอร์ริชไทยแลนด์

4. เวียดนาม

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกสุดของคาบสมุทรอินโดจีน มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือติดกับประเทศลาว และประเทศกัมพูชาทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออกและใต้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม สุสานโฮจิมินห์ เวสต์เลค โบสถ์เซนต์โยเซฟ ถนนฝั่ม หงู หลาว เมืองฮอยอัน และเมืองหลวงอย่าง กรุงฮานอย เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศเวียดนาม คือ ดอง (Dong) อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 1.57 VND(:1000) ต่อ 1 THBแลกเงินทีละมากๆ ยิ่งคุ้ม

5. อินเดีย

สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทางตะวันออกติดพม่า ทางตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดศรีลังกา ล้อมรอบบังกลาเทศทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ของโลก

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ทัชมาฮาล ป้อมอาเมร์ แม่น้ำคงคา เมืองเชนไน ชันตรมันตระ (หอดูดาว) เลห์ ลาดัก แคว้นแคชเมียร์ และกรุงนิวเดลี เป็นต้น

สกุลเงินของประเทศอินเดีย คือ รูปีอินเดีย อัตราแลกเปลี่ยนเงินในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2559 นี้ อยู่ที่ประมาณ 0.520 INR ต่อ 1 THBเช็กค่าเงินให้ดี อาจได้เที่ยวนอกราคาถูก
ที่มาภาพบางส่วน : Superrichthailand, Coinmill

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มควบบิ๊กไบค์กลับบ้าน แหกโค้งชนต้นไม้ พังยับ ดับคาที่!

หนุ่มวัย 32 ปี ควบบิ๊กไบค์ดูคาติ กลับบ้านที่ อ.วังมะปรางเหนือ จ.ตรัง เสียหลักแหกโค้งชนต้นไม้ ก่อนถึงที่หมาย รถพังยับ เสียชีวิตทันที ญาตินำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา…

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 59 ร.ต.อ.สุธรรม รุ่งส่งศรี ร้อยเวร สภ.วังวิเศษ รับแจ้งมีคนขับรถแหกโค้งชนต้นไม้เสียชีวิต ที่บ้านช่องลม ม.7 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง หลังรับแจ้งได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังหน่วยกู้ภัยบรรเทาวังวิเศษที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสายคลองชี–ไสต้นวา ม.7 วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง พบชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ตกอยู่บนถนน ริมถนนพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อดูคาติ สีดำ ทะเบียน 2กค 6032 กรุงเทพมหานคร สภาพพังยับ ใกล้กันพบศพ นายเกียรติชัย หนูเนื่อง อายุ 32 ปี ชาว ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ร่างกายได้รับความกระทบรุนแรงโดยเฉพาะขา

จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายขับขี่รถจักรยายนต์บิ๊กไบค์เพื่อกลับบ้าน ก่อนถึงบ้านเป็นทางโค้ง เกิดเสียหลักชนต้นไม้ และเสียชีวิตทันที ทางญาติจะได้นำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ไฟไหม้ รง.เฟอร์นิเจอร์พม่า ติดด่านเจดีย์สามองค์ คาดสูญไม่ต่ำ 10 ล้าน

(ภาพจาก สมชายการค้าสังขละบุรี)

โรงงานแปรรูปไม้ทำเฟอร์นิเจอร์เมียนมา ติดด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี ไฟไหม้กลางดึก ฝั่งไทยระดมดับเพลิง 6 คัน ช่วยสกัด ใช้เวลา 3 ชม. เพลิงสงบ คาด ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 21 เม.ย. 59 นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้โรงงานแปรรูปไม้เฟอร์นิเจอร์ตะเข็บชายแดนฝั่งเมียนมา อ.พญาตองซู เขตติดต่อกับชายแดนบ้านด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี หลังรับแจ้งจึงเร่งประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุร่วมกับ พ.ต.อ.ขวัญชัย ธีระกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมรถดับเพลิง 6 คัน จากแขวงการกรมทางหลวง เทศบาลวังกะ อบต.หนองลู สมทบกับ พ.อ.เฉลิมชัย ชัดใจ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า และทหาร ชุดประสานงานชายแดน ฉก.ลาดหญ้า ดำเนินการช่วยเหลือดับไฟที่เกิดเหตุบริเวณพื้นที่ด้านหลังสำนักงานชุดประสานงานชายแดนไทย-พม่า ในเขตแดนเมียนมา โรงงานเฟอรนิเจอร์กำลังถูกไฟลุกไหม้อย่างแรง เปลวเพลิงสูงประมาณ 10 เมตร ลุกลามไหม้อาคารโรงงานแปรรูปไม้ขนาดใหญ่ ชาวบ้านต่างระดมถือถังตักน้ำมาช่วยกันดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในขอบเขตและฉีดน้ำเลี้ยงให้เพลิงสงบต่อไปนายปกรณ์ เปิดเผยว่า โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานแปรรูปไม้เฟอร์นิเจอร์ พื้นที่โรงงาน 15 ไร่ จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า มีคนงานเห็นไฟลุกมาจากบนหลังคาโรงงานและลุกลาม แต่ไม่กล้าไปตามใครมาช่วย เพราะเหตุเกิดกลางดึก ประกอบกับโรงงานมีขี้เลื่อยเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี มูลค่าเสียหายน่าจะมากกว่า 10 ล้านบาท.

ที่มา>>>Thairath

พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำ ถล่ม 5 อำเภอศรีสะเกษ บ้านพัง 269 หลัง

พายุฤดูร้อน-ฝนกระหน่ำพัดถล่ม 5 อำเภอในจ.ศรีสะเกษ บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 269 หลังคาเรือน รักษาการพ่อเมือง ลงพื้นที่ สั่งเร่งสำรวจให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย…

เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 17 เม.ย. 59 นายธวัช สุระบาล รอง ผวจ.ราชบุรี รรท.ผวจ.ศรีสะเกษ และคณะ เดินทางไปบ้านด่านโนนสูง หมู่ 2 ต.โนนสูง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ร่วมสำรวจความเสียหายจากเหตุวาตภัย เพื่อให้กำลังใจ และเร่งให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย หลังจากเกิดเหตุต้นไม้ เสาไฟฟ้าหักโค่น ขวางถนน ซึ่งนายชัยยงค์ เมธาสุรวิทย์ นายอำเภอขุนหาญ ร่วมกับ นายสิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอขุนหาญ อส.อ.ขุนหาญ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างจิตศรีสะเกษธรรมสถานได้เร่งออกให้การช่วยเหลือไปก่อนหน้านายธวัช กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันนี้ (17 เม.ย.) ได้เกิดพายุฤดูร้อนและฝนกระหน่ำในอำเภอต่างๆ ของจังหวัดศรีสะเกษอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่อำเภอกันทรลักษ์, ขุนหาญ, ภูสิงห์, ขุขันธ์ และอำเภอน้ำเกลี้ยง รวม 9 ตำบล 15 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเกิดความเสียหาย 269 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่อำเภอขุนหาญ มีเสาไฟฟ้าหักโค่นขวางถนน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งหมดในเขตเทศบาลตำบลสิ และเขตเทศบาลตำบลโนนสูง บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายบางรายหลังคาถูกลมพายุพัดปลิวยกไปทั้งหลัง บางหลังปลิวหายไปบางส่วน มีหลังคาบ้านเรือนของชาวบ้านปลิวลอยตามแรงลมไปประทะกับสายไฟฟ้าแรงสูง จนทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่นล้มขวางถนนนอกจากนั้น มีสถานที่ราชการอย่างเช่น หอประชุมอำเภอขุนหาญ กระเบื้องหลังคาถูกลมพายุพัดปลิวหายไปกว่าสองร้อยแผ่น ประตูม้วนหอประชุมพังเสียหาย 5 บาน บ้านพักนายอำเภอได้รับความเสียหาย โรงเรียนเสียหาย 3 แห่ง วัด 1 แห่ง ในเบื้องต้น ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อที่จะได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วนต่อไป ยังนับว่าโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต.

ที่มา>>>Thairath

เร่งช่วยเหลือ ยายวัย 86 ปีมีลูก5คน ซมซานขออาศัยวัด

คุณยายวัย 86 ปี ทะเลาะกับลูกสาวคนเล็กที่อยู่หลังสวน ไปอาศัยอยู่กับลูกสาวคนโตที่ท่าชนะ สุราษฎร์ธานี กลับถูกไล่ออกมาอีก สุดท้ายซมซานไปขออาศัยวัด พระก็ไม่ให้อยู่ ยังดีที่มีสองผัวเมียช่วยไว้ บอกทรัพย์สินที่ดินที่มียกให้ลูกไปหมดแล้ว…

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 เม.ย.59 ที่ สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายธนาดล วงษ์ป้อง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/23 ถนนต้นโพธิ์ ต.ขันเงิน อ.หลังสวน นำตัวคุณยายฝ้าย อายุ 86 ปี ชาว ต.บ้านควน อ.หลังสวน เข้าพบ พ.ต.ต.ฉัตรชัย นวลจริง สารวัตรสอบสวน สภ.หลังสวน

ทั้งนี้ นายธนาดล เล่าว่า ช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ นางจินตนา ราชยม อายุ 41 ปี ภรรยาตน ได้พบคุณยายฝ้ายยืนที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นร้านเสริมสวย เมื่อเข้าไปสอบถามก็ทราบว่าคุณยายฝ้ายจะมาขออยู่ที่วัดซึ่งอยู่ใกล้เคียง แต่ถูกปฏิเสธ จึงไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนเพราะถูกลูกสาวแท้ๆ ให้ออกจากบ้าน จึงนำคุณยายฝ้ายมาขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง และลงบันทึกประจำวันไว้ เนื่องจากคุณยายมีทรัพย์สินติดตัวมาบางส่วน

ทางด้านคุณยายฝ้าย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีลูกจำนวน 5 คน เป็นชาย 1 หญิง 4 ได้แบ่งทรัพย์สินซึ่งเป็นสวนปาล์ม สวนยางพารา และสวนผลไม้ ร่วม 50 ไร่ให้ลูกๆ ไปแล้ว ก่อนหน้านั้นอาศัยอยู่กับลูกสาวคนเล็ก ปัจจุบันอายุ 38 ปี ใน ต.บ้านควน อ.หลังสวน และยังให้ไปเงินช่วยสร้างบ้านอีกหลายแสนบาท เมื่อหลายเดือนก่อนได้ขอแบ่งเงินรายได้ที่เกิดจากการทำสวน เพื่อมายังชีพ และเดินทางไปเที่ยวหาญาติกับลูกๆ ที่อยู่ต่างจังหวัดตามประสาคนแก่ แต่กลับถูกปฏิเสธ จนเกิดระหองระแหงกันเรื่อยมา

ยายฝ้าย กล่าวอีกว่า กระทั่งหลายเดือนก่อนมีปากเสียงกับลูกสาวคนเล็ก ตนไปหยิบมีดทำครัวเพื่อไปเก็บผักบุ้ง แต่ลูกสาวเข้าใจผิดคิดว่าจะทำร้ายเลยถูกผลักจนล้มลงและลูกสาวนำเก้าอี้มากดทับที่หน้าอก ตนหายใจแทบไม่ออกจนต้องยกมือไหว้ลูกเพื่อขอชีวิต และได้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชนมาช่วยเคลียร์ให้คุณยายฝ้ายยังเล่าต่อไปอีกว่า ต่อมาได้ไปขออาศัยกับลูกสาวคนโต อายุ 55 ปี ที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งนำทรัพย์สินและเงินสดติดตัวไปด้วย โดยมอบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น สร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น ให้ลูกสาวคนโตไว้ ต่อมาได้มีเรื่องระหองระแหงกับลูกสาวคนโตอีกกระทั่งเมื่อ 5 วันที่ผ่านมาลูกสาวคนโตได้จ้างรถยนต์นำตนไปส่งที่บ้านลูกสาวคนเล็กใน อ.หลังสวน ตนได้ขอทรัพย์สินคืนแต่ถูกปฏิเสธ โดยลูกสาวคนโตบอกว่าให้คิดเป็นค่าอยู่ค่ากินก็แล้วกัน จึงขึ้นรถมาด้วยความจำใจ เมื่อมาถึงที่อำเภอหลังสวนตนไม่กล้าเข้าไปที่บ้านลูกสาวคนเล็กเพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก จึงไปขออาศัยอยู่ที่ห้องแถวของคนรู้จักที่หน้าโรงเรียนทับวังได้ 3 วัน ก่อนจะให้จักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่วัดแห่งหนึ่งในตลาดหลังสวนเพื่อจะไปขออยู่ที่วัด แต่ถูกปฏิเสธ จึงเดินออกจากวัดและมาเจอสองสามีภรรยาผู้ใจบุญดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และได้ให้สองสามีภรรยาผู้ใจบุญอุปการะคุณยายฝ้ายไปก่อนชั่วคราว เพราะเนื่องจากติดต่อให้ลูกสาวของคุณยายฝ้ายมารับตัว แต่ผ่านนานหลายชั่วโมงก็ไม่มีใครมารับ ทั้งที่บ้านอยู่ห่างจาก สภ.แค่ 25 กม.เท่านั้น ประกอบกับเป็นวันหยุดยาวเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถมารับตัวไปได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มี นายสุนทร สันทัด ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ชุมพร มาติดต่อ และสอบถามรายละเอียด เพื่อช่วยเหลือคุณยายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

จราจรสายเหนือเช้าวันนี้ รถหนาแน่น เคลื่อนตัวช้า จนท.เร่งระบายรถ

สภาพการจราจรตัวเมืองนครสวรรค์เช้าวันนี้ (12 เม.ย.) ปชช.เดินทางจำนวนมาก ตั้งแต่หน้าค่ายจิรประวัติถึงแยกอุทยานสวรรค์ จราจรมีปัญหาเล็กน้อย รถเคลื่อนตัวช้า ติดขัด จนท.เปิดช่องจราจร เร่งระบายรถแล้ว …

วันที่ 12 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังคงเดินทางขึ้นสู่ภาคเหนือในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรในตัวเมืองนครสวรรค์ช่วงเช้านี้ (12 เม.ย.) บนถนนพหลโยธินหมายเลข 1 ตั้งแต่บริเวณแยกหน้าค่ายจิรประวัตินครสวรรค์ แยกบึงบอระเพ็ด บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงแยกอุทยานสวรรค์ การจราจรค่อนข้างมีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากเป็นจุดที่มีทางแยกสัญญาณไฟจราจรหลายจุด ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า ติดขัดสลับหยุดนิ่งขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ได้เปิดช่องทางการจราจรพิเศษเพิ่มอีก 1 ช่องทาง เพื่อเร่งการระบายรถอย่างเร่งด่วนแล้ว

ส่วนถนนทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณทางแยกอุทยานสวรรค์ ไปจนถึงทางแยกนวมินทร์ มีการจราจรที่มากเช่นกัน รถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ หากพ้นจากทางแยกนวมินทร์ได้แล้ว ก็สามารถเคลื่อนตัวเพื่อเข้าสู่จังหวัดพิจิตร และพิษณุโลกได้ดี.

ที่มา>>>Thairath

พระ 200 รูปสวดให้กว๊านพะเยาหายแล้ง-ไฟป่า-พายุลูกเห็บถล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดเหตุไฟไหม้ป่าในพื้นที่ป่าบ้านวังธงและไฟได้ไหม้ลุกลามเข้ามาในเขต ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 9 เม.ย. นายสงวน ธงยี่สิบสอง นายก อบต. วังธง ได้นำรถดับเพลิงของ อบต.วังธง จำนวน 2 คัน จากนั้นได้ขอกำลังรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลป่าแมต และเทศบาลเมืองแพร่ ร่วม 10 คัน เข้าไปสกัดไฟป่าที่กำลังไหม้ลุกลาม ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเป็นต้นมา เริ่มแรกก็ไม่มีใครทราบเนื่องจากไฟป่าได้ลุกลามมาจากป่าเขตบ้านวังธงและลามเข้ามาตามแนวถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 6022 หมู่ที่ 4 ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ ขณะเดียวกัน มีกระแสลมแรง ไฟป่าได้ขยายกินทั้งบ่อขยะข้างทางและพื้นที่ป่า รวมกว่า 30 ไร่

นายสงวนเปิดเผยว่า มีชาวบ้านไปพบเห็นกลุ่มควันไฟเกิดขึ้นที่บ่อขยะ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลป่าแมตตั้งแต่ช่วงเย็น ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทราบสาเหตุว่าต้นเพลิงมาจากไหน เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟป่าที่ลุกลามลงมาตามถนน รถดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ได้ระดมฉีดน้ำจนสกัดไฟป่ามอดลง แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่รถเข้าไปไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ไฟป่าแพร่ ได้ระดมกำลังเดินเท้าขึ้นไปช่วยกันดับไฟต่อไปแล้ว

จ.พะเยา เทศบาลเมืองพะเยา ได้จัดทำพิธีทำบุญเสริมสิริมงคลกว๊านพะเยาที่ประสบภัยแล้งอย่างหนักในปี 2559 หวังให้กว๊านพะเยารอดพ้นภาวะภัยแล้งโดยเร็ว ทั้งนี้ ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 200 รูป นำโดยพระราชปริยัติ พร้อมรองเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าคณะอำเภอทั้ง 9 แห่ง ร่วมกันประกอบพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่กว๊านพะเยา ณ บริเวณลานข้างกว๊านพะเยา ตรงข้ามอนุสาวรีย์พญางำเมือง อ.เมืองพะเยา เมื่อเย็นวันที่ 9 เม.ย. โดยมี น.ส.จุฬาสินี พรหมเผ่า นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา และประชาชนเข้ามาร่วมกว่า 100 คน ขณะที่พระสงฆ์กำลังสวดมีพายุพัดแรงริมกว๊านพะเยา ไม่นานพายุก็สงบลง

ตอนเย็นวันเดียวกัน เกิดพายุพัดมาพร้อมกับลูกเห็บตกในพื้นที่ ต.หย่วน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ขนาดลูกเห็บเท่ากับลูกมะแว้ง และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย พบว่าพายุแรงได้พัดต้นไม้ใหญ่ คือต้นโพธิ์ข้างวัดศรีเมืองมาง ต.หย่วน กิ่งต้นโพธิ์ได้หักโค่นลงมากลางถนน ทับป้ายโฆษณาพัง แต่ไม่พบบ้านเรือนประชาชนเสียหาย นอกจากนี้มีฝนตกลมพัดแรงในพื้นที่ อ.จุน อ.ภูซาง และมีฝนตกบางส่วนในพื้นที่ อ.แม่ใจ และ อ.เมือง ส่งผลให้อากาศที่ร้อนเย็นลงอย่างรวดเร็วนายนพฤทธิ์ ศิริโกศล นายอำเภอเชียงคำ กล่าวว่า สถานการณ์วาตภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีลูกเห็บตกลงมาด้วยแต่ไม่เกิดความเสียหาย ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งสำรวจความเสียหายแล้ว ส่วนวาตภัยที่เกิดขึ้นวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.ฝาย-กวาง มีพื้นที่ประสบภัย 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่ 8, 9, 11, 13, 14, 16 บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 174 หลัง เทศบาลตำบลฝายกวาง ได้ช่วยเหลือกระเบื้องมุงหลังคาให้แก่ผู้ประสบภัยแล้วประมาณ 3,000 แผ่น.

ที่มา>>>Thairath

ห้ามไม่ฟัง! ฝืนเข้าป่าใกล้สนามฝึกทหาร เจอบึมหิ้วกลับบ้าน ตูมสนั่นดับ 5

เด็กน้อย-หนุ่มเข้าไปในป่าพื้นที่ห้ามเข้า ใกล้สนามฝึกยุทธวิธีทางทหาร เจอระเบิดหิ้วกลับไปบ้านคาดแกะเอาเศษเหล็กไปขาย พลาดบึมสนั่น ครอบครัวเด็กน้อยดับยกครัว 4 ส่วนหนุ่ม 30 ไม่รอดเช่นกัน รวมดับ 5 เจ็บ 1 ด้านผบ.กองกำลังนเรศวร ย้ำ ปชส.ต่อเนื่องห้ามเข้าไป มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่น…

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพื้นที่ ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ได้มีเด็กเข้าไปเล่นในป่าเขาลูกปืน หมู่ 4 บ้านชะราดระฆัง ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก ใกล้สนามฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 3 แล้วเจอกระสุนปืน ค.120 มม. จึงนำกลับใส่ถุงปุ๋ยมาที่บ้านเลขที่ 13 บ้านหนองมะค่า ต.โป่งแดง อ.เมือง จ.ตาก จากนั้นได้เกิดระเบิดขึ้นมาบริเวณใต้ต้นไม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตตายยกครัว 4 ศพ ประกอบด้วย 1.นางหวัน ง้อเพ็ง 2.นางทับทิม ง้อเพ็ง 3.ด.ช.ชัยพิสิทธิ์ ง้อเพ็ง และ 4.ด.ช.กิตติศักดิ์ ง้อเพ็ง นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะที่ก่อนหน้า เวลาประมาณ 14.00 น. นายศรชัย เลิศม๊อก อายุ 30 ปี ชาวบ้านจากบ้านด่านลานหอย อ.ด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย ได้เข้าไปหาผักหวานภายในป่าพื้นที่เดียวกัน และเจอระเบิดจึงนำกลับมา คาดมาแกะเพื่อเอาเศษเหล็กไปขาย แต่เกิดระเบิดขึ้นจนเสียชีวิต รวมมีผู้เสียชีวิตไป 5 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

ด้านพล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผบ.กองกำลังนเรศวร กล่าวหลังเกิดเหตุสลด ว่า ทางหน่วยได้มีการประชาสัมพันธ์ห้ามประชาชนเข้ามาสถานที่แห่งนี้มาโดยตลอด เนื่องจากเกรงว่าจะไดรับอันตรายจากวัตถุระเบิด กระสุนที่หลงเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางหน่วยได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 5 หมื่นบาท พร้อมย้ำเตือนประชาชน อย่าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด.

ที่มา>>>Thairath

สุขุมพันธุ์สั่ง กทม.เก็บขยะสงกรานต์ พื้นที่ท่องเที่ยวป้องกันโซเชียลโจมตี

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ ปีนี้ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง กทม.จึงไม่จัดงานที่ใช้น้ำมาก ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์กิจกรรมสรงน้ำพระ ทำบุญ แต่สิ่งสำคัญ กทม.ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน จึงขอให้มีเจ้าหน้าที่ทำงานในช่วงสงกรานต์อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณล่วงหน้าไว้ด้วย

นอกจากนี้ ขอให้ทุกสำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยตกค้าง โดยเน้นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมา
เที่ยวเป็นจำนวนมาก ไม่ให้มีขยะตกค้าง พร้อมกำชับผู้ค้าหาบเร่ แผงลอยให้ช่วยกัน ดูแลสถานที่ให้สะอาดเรียบร้อย หากมีจุดใดสกปรก หรือมีขยะอยู่ อาจเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม โดยเฉพาะในโลกโซเชียล จึงขอให้ช่วยกันจัดการ ก่อนที่จะเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์– วิจารณ์กัน.

ที่มา>>>Thairath

ปปง.แถลง ‘ปานามา เปเปอร์ส’ โยง 16 คนไทย ยังไม่ชัดความผิด รอ ICIJ ยัน

‘พ.ต.อ.สีหนาท’ เลขาธิการ ปปง. แถลงพบรายชื่อ 16 คนไทย โยง ‘ปานามา เปเปอร์ส’ ยังไม่ชัดความผิด รอ ICIJ ยืนยัน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ในฐานความผิดฟอกเงินเท่านั้น ส่วนเลี่ยงภาษี เป็นหน้าที่สรรพากร …

วันที่ 8 เมษายน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เปิดเผยถึงการตรวจสอบข้อมูลจากเอกสาร ปานามา เปเปอร์ส ว่า ตัวเลขที่ ปปง. ตรวจสอบ กับ ปปง. ปานามาร์ พบรายชื่อคนไทย 16 รายชื่อ และเป็นบุคคลทั้งหมด ซึ่ง ปปง.ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วยังไม่พบความผิดปกติ ขณะเดียวกัน ก็ได้ประสานขอข้อมูลเพื่อตรวจสอบเชิงลึกกับทาง ปปง.ของปานามาร์ แล้ว ซึ่ง ปปง.ปานามาร์ ตอบรับกลับมาว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

สำหรับกรณีเอกสาร ปานามา เปเปอร์ส ผู้เปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ ดังนั้นการตรวจสอบ จำเป็นต้องขอข้อมูลยืนยันจากนานาประเทศ ที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันข้อมูล ทั้งหน่วยงานรัฐ และที่มาของข่าว อย่างในส่วน ของ ไอซีไอเจ ที่เปิดเผยเอกสารปานามา เปเปอร์ส ปปง. ก็ได้ประสานงานขอข้อมูลไปยังสำนักงานใหญ่ของ ไอซีไอเจ ที่ วอชิงตันดีซี แล้ว รวมถึงข้อมูลข่าวจาก หนังสือพิมพ์เอ็มดี ที่เยอรมัน ด้วยพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ขณะที่ การตรวจสอบของ ปปง.ในไทย ยืนยันว่า ดำเนินการตรวจสอบ แล้วตามขั้นตอน แต่ต้องเป็นไปในทางลับ เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคลล ที่สามารถกระทำได้ และการตรวจสอบของ ปปง. ดำเนินการได้ตามอำนาจ เอาผิดในมูลฐานการฟอกเงินเท่านั้น ส่วนประเด็นการเลี่ยงภาษี จะเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากร ซึ่งขณะนี้ได้ประสานงานกัน และ สรรพากรก็ทราบถึงสถานการณ์แล้ว

สำหรับข้อมูลจาก ไอซีไอเจ ที่มีการระบุข้อมูลรายชื่อบุคคล และนิติบุคคล รวม 719 รายชื่อ แบ่งเป็นบุคคลไทย 411 รายชื่อ เป็นคนต่างชาติ 262 รายชื่อ และนิติบุคคล 46 บริษัท เป็นการรวบรวมข้อมูล มาตั้งแต่ 2556 ซึ่งข้อมูลที่ ปปง.ยืนยันล่าสุดจาก ปปง.ปานามาร์ จำนวน 16 รายชื่อ ก็รวมอยู่ในจำนวนนี้ด้วย.

ที่มา>>>Thairath