เจ้าตูบแอบกระโดดรั้ว หนีไปเล่นกับเพื่อน พลาดท่าถูกเหล็กเสียบขาเลือดท่วม

วันที่ 27 ก.ย. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีสุนัขถูกเหล็กแหลมประตูบ้านเสียบได้รับบาดเจ็บ ตัวติดคายังไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ เหตุเกิดบ้านเลขที่ 4/2 ชุมชนห้วยร่วม หมู่ 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย พร้อมอุปกรณ์คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ รุดไปให้การช่วยเหลือทันที201609271054092-20041019161308ที่เกิดเหตุบริเวณรั้วเหล็กดัดหน้าบ้าน ความสูง 1 เมตร พบสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้ ชื่อเจ้าย่น อายุ 5 ปี สภาพถูกเหล็กแหลมทรงหัวลูกศรเสียบทะลุน่องขาหลังข้างซ้ายเลือดท่วม หัวห้อยโตงเตง กำลังร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด และเริ่มมีอาการอิดโรย โดยมีนางปิ่น เลาะสูงเนิน อายุ 55 ปี เจ้าของ เฝ้าดูอาการด้วยความห่วงใยอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างตัดกรงเหล็กโดยรอบบาดแผล จนสามารถช่วยเหลือออกมาได้ ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พัทยาใต้ ให้สัตวแพทย์ทำการผ่าตัดเอาเหล็กออก และช่วยเหลือชีวิตต่อไป201609271054096-20041019161308จากการสอบถาม นางปิ่น เล่าว่า เจ้าย่น เป็นสุนัขแสนรู้ มีความเฉลียวฉลาด แต่ซุกซนชอบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้านบ่อยครั้ง ทำให้ต้องกั้นรั้วเหล็กล้อมรอบ ให้เป็นที่อยู่อาศัยของมัน ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้นำอาหารมาให้เจ้าย่น ตามปกติ แต่ปรากฏว่าไม่พบเจ้าย่น จึงได้พากันเดินหาจนกระทั่งมาพบว่าเจ้าย่นถูกเหล็กแหลมเสียบทะลุขา ในสภาพเลือดท่วม เชื่อว่าเจ้าย่นน่าจะกระโดดข้ามรั้วออกไปเล่นกับสุนัขเพื่อนบ้าน เกิดพลาดท่าถูกเหล็กแหลมเสียบดังกล่าว201609271054093-20041019161308

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์วนไป! น้ำท่วมลานจอดรถใต้คอนโดกรุง รถจมกว่า 30 คัน (คลิป)

ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ Nann Kokcharoenpong ได้โพสต์ว่า #ช่วยกันแชร์วนไปค่ะ ภาพความเสียหาย จากเหตุน้ำท่วมลานจอดรถชั้นใต้ดินเมื่อคืนวันที่ 25/09/59 เวลาประมาณ 01:00น. น้ำท่วมครึ่งคันรถแล้ว เช้ามาถึงพวงมาลัย รถเสียหายกว่า 30 คัน ตี 4.25 น. ของวันที่ 26/09/59 ระดับน้ำไม่มีทีท่าจะลด เพราะไม่มีการสูบน้ำออกเลย แค่เพราะเหตุผลที่ว่าปั้มเสียตั้งแต่เมื่อวานมาจนถึงวันนี้ 30 ชม.14446228_10211266636368533_6708572674873495505_nความคืบหน้าเบื้องต้นเวลา 10:33 น. วันที่ 26/09/59 รถสูบน้ำจากเทศบาลเข้ามาช่วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าหน้านี้บอกได้แค่ส่วนหนึ่ง ถ้าน้ำในคลองยังไม่ลด ไฟจะใช้ได้ไหมต้องดูว่าเสียหายเยอะไหม (ไฟตัดตั้งแต่คืนวันที่ 25/09 ค่ะ)14484592_10211277616683034_16826568545326680_n15:42น. น้ำลดไปประมาณ 2 นิ้วค่ะ แต่นิติดันให้ข่าวว่าสามารถสูบน้ำออกได้หมดแล้ว คืออะไรคะ ชมย้อนหลังได้ที่หน้า timeline เลยค่ะ ย้ำ!ตอนนี้ระดับน้ำยังแทบไม่ต่างจากเดิมนะคะ ฝนตกหนักซ้ำเข้าไป ไฟก็ยังใช้ไม่ได้ค่ะ เพราะห้องจ่ายไฟก็จมอยู่ด้วยกัน14457414_10211266636728542_3902704843266316288_n..ถามเรื่องความรับผิดชอบ ให้ไปเอาจากประกัน แล้วรถคันไหนไม่มีประกันคือซวย ..? ระบบจัดการคุณห่วยมาก จ่ายค่าส่วนกลางเป็นหมื่นเพื่ออะไร? #ตอนนี้น้ำก็ยังไม่ลด #คอนโดแจ้งว่าปั๊มระบายน้ำเสีย #เสียหายกันไป #ทางนิติเจ้าของโครงการยังนิ่ง #แทบไม่ช่วยอะไรเลย #เตือนภัยคนจอดรถชั้นใต้ดิน #ทุกข์ของคนมีรถ14409491_10211278172496929_8311028860128993699_o

ที่มา>>>ข่าวสด

แฟนสาวส.ต.ต.เหยื่อระเบิดที่กรงปินัง โพสต์บอกรักสุดหัวใจ สลดกำลังจะเข้าวิวาห์

จากกรณีคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 80 กก. จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรรี่ มาซุกในท่อน้ำลอดใต้ผิวถนน ก่อนจุดชนวนใส่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.กรงปินัง ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 3 ราย คือ ส.ต.ท.ณัฐพงศ์ ชาติดำ ผบ.หมู่ ป.สภ.กรงปินัง ส.ต.ต.สุริยา หนูนิ่ม และ ส.ต.ต.อรรถพล เหลือเทพ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กรงปินัง จ.ยะลา และได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย เหตุเกิดเวลา 10.30 น.ของ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา201609231425101-20041020173133ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. น.ส. เจนจิรา หรือน้องโบว์ แฟนสาวของส.ต.ต.สุริยา 1 ในผู้เสียชีวิต ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Bow Janjira  ว่า “เจ็บมากที่ต้องสูญเสียคนที่เรารักมากที่สุดโดยไม่ตั้งตัว ไม่คิดไม่ฝันจะได้ยินข่าวร้ายของแฟนตัวเอง อีกไม่กี่วันก็จะมีข่าวดีกับเราสองคนแล้ว ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เหลือแค่รอเวลา กะแค่นั้นที่จะสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่กลับมาต้องจากไปเสียก่อน ให้สบายนะที่รัก ถึงวันนี้ยังต้องอ่อนแอเหลือเกิน ไม่รู้อีกสักกี่วันกี่คืนหรือนานแค่ไหนที่ทำใจได้ ภาพที่รักยังวนเวียนอยู่ในหัวตลอด เสียงยังก้องอยู่หูทุกครั้งที่นึกถึง แต่ที่รักไม่ต้องเป็นห่วงโบว์น่ะ หลับให้สบายนะที่รัก #รักและคิดถึงสุดขั้วหัวใจ รักหนึ่งนะที่รักของโบว์”sadad
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ส.ต.ต.สุริยาเพิ่งนำเค้กวันเกิดมาเซอร์ไพรส์น้องโบว์ถึงบ้านพักที่จ.สงขลา เป็นการร่วมฉลองวันเกิดกันเป็นครั้งสุดท้าย

ที่มา>>>ข่าวสด

ขอนแก่นก็มีชาวบ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำประชดถนนเข้าหมู่บ้านพัง

ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านนุ่งกระโจมอกอาบน้ำบนถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน เรียกร้องให้ผู้รับผิดชอบออกมาซ่อมแซมด่วน ขณะที่นายกเล็กฯเผย อนุมัติงบซ่อมแซมแล้วขอให้ชาวชุมชนรอนิดนึง เพราะต้องรอให้หมดหน้าฝนถึงจะลงมือทำได้911844507_oเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านคำแคนใต้ ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น มีชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุต่างพากันนุ่งกระโจมอกด้วยผ้าถุง พร้อมกับถือขันคนละใบ ออกมานั่งแช่น้ำและอาบน้ำบนถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้าน ในเส้นทางบ้านคำแคนใต้ -บ้านประดู่ ต.คำแคน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังถนนเส้นทางสายดังกล่าวชำรุดทรุดโทรมมานาน โดยที่ยังคงไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้สื่อข่าวพบว่า ถนนเส้นทางดังกล่าวทรุดโทรมเป็นหลุมบ่อยาวกว่า 2 กิโลเมตร ส่งผลให้ชาวบ้านต้องรวมตัวกันประชดความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ ที่ยังคงไร้การเหลียวแลและไม่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับชาวชุมชนแห่งนี้1800966394_oยายสนม จุ้มอังวะ อายุ 72 ปี ชาวบ้านบ้านคำแคนใต้ กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านเส้นทางนี้ ประชาชนหลายหมู่บ้านใช้ในการสัญจรไป-มาทุกวัน ซึ่งก็ชำรุดทรุดโทรมาตามสภาพการใช้งาน ที่ผ่านมา ยังคงไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหาหรือแสดงความรับผิดชอบ ในการคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ซึ่งผู้นำหมู่บ้านได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานท้องถิ่นแล้วหลายครั้ง แต่เรื่องก็เงียบหายไป

“อาทิตย์ที่ผ่านมา ยายก็ปั่นจักรยานตกหลุมจนรถล้มได้รับอุบัติเหตุหัวเข่าแตก จึงชักชวนชาวบ้านออกมานุ่งผ้าถุงประชดหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มาแก้ไขปัญหา และต้องการที่จะร้องขอให้สื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียงคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย เนื่องจากเส้นทางสายนี้ใช้สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน เดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะในระยะนี้เป็นช่วงหน้าฝน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก”
ยายสนม กล่าว1986959839_oผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยังนายหาญ อุปถัมภ์ นายกอบต.คำแคน ได้รับคำยืนยันว่า ขณะนี้มีงบประมาณปรับปรุงถนนเส้นทางดังกล่าวแล้ว โดยเป็นงบประมาณสะสมของอบต.ที่มีอยู่ 470,000 บาท ซึ่งทาง อบต.ได้ทำสัญญากับผู้รับเหมาให้มาดำเนินการซ่อมแซมปูหินคลุกแล้วเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร แต่ผู้รับเหมาบอกว่าช่วงนี้ฝนตกหนัก ไม่สามารถปรับปรุงซ่อมแซมได้ ต้องรอให้หมดหน้าฝนก่อน

 ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึก!คลื่นสูง 2 เมตรซัดเรือหางยาวนำเที่ยวล่มหน้าหาดนพรัตน์ธารา

เรือหางยาวนำเที่ยวพลิกคว่ำที่บริเวณหน้าหาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ ขณะคนขับเรือนำเรือผ่านหน้าหาดนพรัตน์ธารามาจอดเทียบท่ารอรับนักท่องเที่ยวที่บริเวณคลองยิงเสือ แต่ระหว่างทางคลื่นซัดพลิกคว่ำ เครื่องยนต์เรือจมเสียหาย เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเนื่องจากยังไม่มีนักท่องเที่ยวขึ้นเรือ201609211257202-20021028190245เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ก.ย. เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ หน่วยกู้ชีพ อบต.อ่าวนาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำกระบี่ เข้าตรวจสอบเรือหางยาวนำเที่ยว ชื่อเรือศรีรักษ์ 14 ขนาดยาวประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 2 เมตร ที่ประสบเหตุพลิกคว่ำที่บริเวณหน้าหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ห่างจากฝั่งประมาณ 50 เมตร โดยมีคนขับเรือและพนักงานเรือ จำนวนกว่า 10 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยู่หน้าหาด เข้าไปช่วยกันกู้เรือซากกลับขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางคลื่นลมแรงซัดเข้าตัวเรือตลอดเวลา ต้องเร่งวิดน้ำออกจากเรือก่อนลากเรือกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง เบื้องต้นโครงหลังคาดเรือ และเครื่องยนต์เรือ ได้รับความเสียหาย201609211257203-20021028190245จากการสอบถามนายเสวก วันสะดี อายุ 32 ปี คนเรือลำดังกล่าว ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ขับเรือลำดังกล่าวเพียงลำพัง ออกจากท่าเทียบเรือบริเวณจุดจอดเรือด้านหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แต่ระหว่างทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดคลื่นลมแรงคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ซัดเข้าลำเรือทำให้เรือพลิกคว่ำ เป็นเหตุให้เครื่องยนต์จมทะเล ตนก็พยายามว่ายน้ำเกาะตัวเรือไว้ ขณะเดียวกันเพื่อนๆที่เป็นคนขับเรือที่อยู่บริเวณหน้าหาดที่เห็นเหตุการณ์ ก็เข้าไปช่วยกู้ซากเรือขึ้นมาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากคลื่นสูงและน้ำซัดเข้าในตัวเรือตลอดเวลา ต้องตักน้ำออก และช่วยกันลากเรือเข้าฝั่งได้

นายเสวก กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวอยู่บนเรือแต่อย่างใด เนื่องจากอยู่ระหว่างนำเรือไปจอดรอคิวที่บริเวณคลองยิงเสือ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร จึงไม่มีใครได้รับอันตราย ส่วนตนก็ตกจากเรือ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำเรือไปขึ้นคานเพื่อซ่อมแซมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

นักท่องเที่ยวแตกตื่น งูเหลือม 4 เมตรโผล่บนช่อฟ้าใบระกาวัดใหญ่พิษณุโลก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ศูนย์วิทยุสมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก รับแจ้งจากประชาชนว่ามีงูเหลือมขนาดใหญ่เลื้อยขึ้นไปนอนขดตัวบนยอดใบระกาศาลาพิบูลธรรม ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงนำชุดชำนาญการจับงูเข้าตรวจสอบ3333ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราชกำลังแตกตื่นยืนมุงดูงูเหลือมขนาดใหญ่ที่เลื้อยหนีขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่บนใบระกาของศาลาพิบูลธรรม ซึ่งงูเหลือมตัวดังกล่าวถูกกระรอกที่อยู่บนต้นไม้ใกล้กันส่งเสียงขู่จนต้องเลื้อยหนีไปรัดขดอยู่กับกิ่งไม้

จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงพยายามปีนขึ้นไปใช้อุปกรณ์จับงูคล้องตัวลงมาอย่างทุลักทุเล แต่ก็พลาดทำให้งูเหลือมร่วงตกลงมาที่พื้นซึ่งมีประชาชนยืนคอยลุ้นเอาใจช่วย ต่างต้องวิ่งหนีกันกระเจิงเพราะงูเหลือมเลื้อยเข้าหาฝูงชนด้วยความรวดเร็ว และพยายามชูคออ้าปากขู่สู้ตลอดเวลา ก่อนจะเลื้อยหลบหนีลงไปในท่อระบายน้ำใกล้เคียง

แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็สามารถจับหางดึงขึ้นมาได้ ทำการวัดขนาดเบื้องต้นพบว่าเป็นงูเหลือมเพศผู้ มีความยาวกว่า 4 เมตร น้ำหนักประมาณ 20 กก. พร้อมทั้งช่วยกันมัดปากงูเหลือมอย่างระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย

ก่อนจับงูเหลือมใส่กระสอบนำไปปล่อยตามธรรมชาติ ท่ามกลางความโล่งอกของประชาชนที่มายืนคอยให้กำลังใจครั้งนี้ ส่วนสาเหตุที่มีงูเหลือมเลื้อยเข้ามาในวัดแห่งนี้คาดว่าน่าจะหนีน้ำท่วมจากพายุฝนที่ตกลงมาติดต่อกันในระยะนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่กดไลค์ “หมอลำกลอนสาว”อนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านอีสาน

แชร์ว่อนเน็ต ชื่นชมหมอลำกลอนสาวซึ่งอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านอีสาน โดยคลิปนี้โพสต์โดย อ๋อมแอ๋ม ละมัยแสงทอง ระบุว่า จะอนุรักษ์ไว้ ของดีอีสาน “หมอลำกลอน” ลำยังไม่ค่อยเก่งค่ะ แต่จะพยายาม ศิษย์แม่กองมี มาลัยทอง

ที่มา>>>ข่าวสด

หลงรักสาวสองแคว!! หนุ่มเมืองสี่แคว ไม่อยากกู้เงินแต่งงาน ขยันตำน้ำพริก“มะหมาดมาด”ขาย เก็บเงินขอสาว

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพิษณุโลก มีหนุ่มจากเมืองนครสวรรค์ หรือเมืองสี่แคว ที่มาหลงรักสาวพิษณุโลกหรือเมืองสองแคว เตรียมจะจัดงานแต่งงาน แต่ไม่อยากเป็นหนี้เลยจับมือกับว่าที่แม่ยาย ทำน้ำพริกโบราณมะหมาดมาด” หรือน้ำพริกมะแขว่นขาย หารายได้เพิ่มจากงานประจำ ตีแบรนด์ “น้ำพริกแม่ยาย” ที่บ้านเลขที่ 28/6 ถ.สิงหวัฒน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านของแฟนสาว201609201646073-20041022171637หนุ่มสี่แควรายนี้ คือ นายรุ่งโรจน์ แก้วคำ หรือ เต้ อายุ 30 ปี กำลังช่วยคนในครอบครัวบรรจุน้ำพริก ลงกระปุกอย่างขะมักเขม้น พร้อมกับเล่าว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์ แต่ได้มาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนเรศวรจังหวัดพิษณุโลก และได้พบรักกับแฟนสาว คบหากันนานหลายปีแล้ว จนกระทั่งมีแผนที่จะแต่งงานกัน แต่ด้วยว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การจัดงานแต่งงานก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก ประกอบกับตนเองไม่อยากเป็นหนี้ หรือกู้เงินมาแต่งงาน201609201646072-20041022171637ดังนั้นจึงได้ชวนแฟนสาว และว่าที่แม่ยายทำน้ำพริก “มะหมาดมาด” แบบโบราณ ที่หารับประทานได้ยาก มาขายกัน เพราะตนเองเคยกินแล้วติดใจหาซื้อที่ไหนไม่ได้ เป็นน้ำพริกมะแขว่นรสชาติจัดจ้านสูตรเฉพาะของครอบครัว สามารถเก็บไว้ได้นาน ทำใส่กระปุกขาย ตั้งชื่อว่า น้ำพริกแม่ยาย ขายในราคากระปุกละ 35 บาท201609201646074-20041022171637สำหรับส่วนผสมของน้ำพริก ก็จะมีพริกแห้ง หอม กระเทียม กะปิ และที่ขาดไม่ได้ คือ มะแขว่น นำส่วนผสมทุกอย่างมาคั่วไฟอ่อนให้หอม แล้วนำมาตำ ความหยาบ ความละเอียดแล้วแต่ความชอบ เมื่อได้ที่แล้วก็นำไปผัดด้วยน้ำมันมะพร้าว ปรุงรส เปรี้ยวเค็มตามชอบ รับประทานกับผักสด ไข่ต้ม ปลาดุกย่าง ก็จะอร่อยมาก โดยก่อนที่จะนำมาขายก็ได้ทำให้เพื่อนๆ ได้ลองชิม สอบถามแล้วรสชาติถูกปากคนพิษณุโลก และมีเสียงเรียกร้องให้ทำออกขาย จุดเด่น คือ วัตถุดิบ สดใหม่ ไม่ใส่ผงชูรส และสารกันบูด น้ำพริกแช่ตู้เย็นสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน 3-5 วัน201609201646075-20041022171637

ที่มา>>>ข่าวสด

งัดร่างโชเฟอร์ดับคาซากรถตู้โดยสารชนสนั่นท้ายกระบะเจ็บ 6 รายสยอง!ที่หนองจอก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.อ.วินัย ขวัญแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารชนท้ายรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเชื่อมสัมพันธ์แขวงและเขตหนองจอก กทม. จึงไปตรวจสอบ พร้อมอาสามูลริธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุอยู่บริเวณช่วงหน้าสนามฟุตซอลบางกอกอารีน่า ฝั่งมุ่งหน้าหนองจอก ที่ช่องทางขวาสุดตรงจุดกลับรถ พบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว เลขทะเบียนป้ายเหลือง 15-0087 กรุงเทพมหานคร วิ่งสายมีนบุรี-หนองจอก สภาพหน้ารถฝั่งคนขับพังยุบเข้าไปจนถึงคนขับ หน้ารถชนติดอยู่ที่ท้ายรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว เลขทะเบียน 70-6178 ระยอง มีนายสันติ ลัภขุนทด อายุ 23 ปี เป็นคนขับ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นคนขับรถตู้ติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาทราบชื่อนายสฤษดิ์ จันทร อายุ 59 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บมี 6 คน เป็นผู้โดยสารเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งรพ.หนองจอก ล่าสุดอาการปลอดภัย201609191923525-20140724141910สอบสวนนายสันติ ให้การว่า ตนขับรถบรรทุกอะไหล่รถยนต์มาจากจ.ชลบุรีจะไปส่งให้ลูกค้าย่านหนองจอก ระหว่างทางใช้ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถตนจึงชิดซ้ายเพื่อตีวง ขณะกำลังกลับรถนั้นมีรถตู้วิ่งมาอย่างรวดเร็ว ชนเข้าที่ท้ายรถของตนอย่างแรงเสียงดังสนั่น เมื่อลงมาก็พบว่าคนขับเสียชีวิต

ด้านร.ต.อ.วินัย กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถตู้รับคนมาจากตลาดมีนบุรีในรถมีผู้โดยสารกับคนขับรวม 11 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่าหักหลบรถกระบะไม่ทัน จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหา ต้องรอตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้โดยสารที่นั่งมาในรถเพื่อประกอบสำนวนคดีก่อนจึงจะสรุปและแจ้งข้อหาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

วัดดังทับสะแกใช้เหรียญบาททำผนังโบสถ์ 3 ล้าน 7 แสนเหรียญ ให้ปชช.ทำบุญติดเองด้วยมือ

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดทุ่งเคล็ด ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากสำนักสงฆ์เล็กๆ บางช่วงถูกปล่อยรกร้าง มีพระธุดงค์เดินไปพบ และปักกลดจำศีล ชาวบ้านพบเห็นเกิดความศรัทธาจึงนิมนต์ให้ช่วยบูรณะสำนักสงฆ์ จนกระทั่งปัจจุบันมีศาสนะสถานหลายอย่าง กลายเป็นวัดทุ่งเคล็ดที่มีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนเดินทางไปร่วมงานบุญต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างอุโบสถหลังใหญ่ โดยนำเหรียญบาทมาทำฝาผนังเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ พระอุโบสถเหรียญบาท แห่งแรกของในประเทศไทย ให้เป็นสถานที่พึ่งทางธรรมในอนาคต และดึงดูดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าวัดทำบุญ โดยต้องใช้เหรียญบาท จำนวน 3 ล้าน 7 แสนเหรียญ201609191708588-20041020160007นายประสบโชค ชนะภัย ชาวบ้านทุ่งเคล็ด เปิดเผยว่า ในอดีตบริเวณที่ใช้สร้างวัดมีต้นเคล็ดอยู่กระจัดกระจายทั่วไป จึงมีชื่อเรียกหมู่บ้านว่า ทุ่งเคล็ด เมื่อประมาณ ปี 2509 เริ่มสร้างเป็นสำนักสงฆ์ โดยที่ดินบริเวณที่สร้างวัดส่วนหนึ่งเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน โดยมีหลวงพ่อลาภเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาหลาวงพ่อลาภได้สิ้นลง มีเจ้าอาวาสมาแทนหลายรูป และในช่วงหลวงพ่อสงวนเป็นเจ้าอาวาส ในปี 2537 นายเขียว แม่ชุบ ชนะภัย บิดามารดาของตนได้ถวายที่ดินส่วนหนึ่งให้สร้างวัด จึงย้ายสถานที่ตั้งสำนักสงฆ์เข้าไปด้านใน มีการสร้างศาลาหอฉันเป็นหลังแรกเพื่อให้พระภิกษุ และพุทธศาสนิกชนประกอบกิจกรรมทางพุศาสนา เมื่อหลวงพ่อสงวนสิ้น ไม่มีเจ้าอาวาสที่อยู่ประจำวัดจึงถูกปล่อยรกร้าง201609191708583-20041020160007ต่อมาชาวบ้านชาวบ้านพบว่ามีพระธุดงค์เดินมาปักกลด 1 องค์ เมื่อสอบถามทราบว่า มาจากวัดมะเดื่อทอง ชาวบ้านจึงนิมนต์ มาช่วยพัฒนาสำนักสงฆ์ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาและได้เริ่มมีการพัฒนาสำนักสงฆ์ได้อย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงศาลาหอฉันหลังเก่า สร้างกุฏิพระภิกษุสงฆ์จำนวน 18 หลัง เพื่อให้พระจำพรรษาและรับรองพระอาคันตุกะ สร้างมณฑปเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป จัดตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการศึกษา สร้างโรงอบสมุนไพรเพื่อรักษาสุขภาพและรักษาโรคต่างๆ สร้างโรงครัว ที่พักสำหรับผู้เดินทางมารักษาศีล หรือทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา สร้างฌาปนสถาน จนกระทั่งปี 2554 ได้รับการประกาศให้เป็นวัดทุ่งเคล็ด และพระอาจารย์ อาทิตย์ อิสระญาโน (ทรัพย์ประเสริฐ) พระนักพัฒนา ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลนาหูกวาง201609191708587-20041020160007-copyนายประสบโชค กล่าวอีกว่า ก่อนมาเป็นวัดได้แบบนี้ พระอาจารย์ อาทิตย์ ได้สร้างคนให้เข้าใจในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ เนื่องจากคนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัดวาอาราม ทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ได้รับความร่วมมือในการทำนุปรับปรุง บำรุงสำนักสงฆ์ทำให้ประสบความสำเร็จได้พระอาจารย์ อาทิตย์ กล่าวถึงแนวคิดการสร้างอุโบสถหลังใหญ่ที่ใช้เหรียญบาทมาประดับทั้งหลังว่า ไปดูแบบอย่างโครงสร้างที่วัดพระรามเก้า โดยทำเรื่องของแบบแปลนจากสำนักพุทธจังหวัด เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 10 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ดำเนินการสร้างไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ มีโครงสร้าง ตัวเรือนโบสถ์ หลังคา โดยไม่เน้นลวดลายมากมาย เป็นโบสถ์เรียบๆ สีขาว ส่วนการใช้เหรียญบาท โดยส่วนตัวศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่เด็ก เลยมีแนวคิดประชุมคณะกรรมการวัด คณะสงฆ์ ใช้เหรียญกษาปณ์ ซึ่งเป็นเหรียญบาท ติดรอบโบสถ์ทั้งหลังโดยคาดว่าจะใช้ ทั้งหมดประมาณ 3,700,000 เหรียญ ซึ่งเมื่อวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับเหรียญจากพุทธศาสนิกชนมาแล้วประมาณ 1 แสนเหรียญ ขณะนี้เริ่มติดแล้ว แต่ยังขาดเหรียญบาทอีกเป็นจำนวนมาก

จากการก่อสร้างอุโบสถ ได้รับความเมตาจาก หลวงพ่อโปร่ง โชติโก วัดถ้ำพรุตะเคียน จ.ชุมพร สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,500,000 บาท และมีพุทธศาสนิกชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดร่วมกันบริจาค โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ ได้เตรียมจัดพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ และประมาณปี 2562 น่าจะทำการปิดทองฝังลูกนิมิตได้

“สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมานมัสการพระประธานในอุโบสถ ที่ติดเหรียญกษาปณ์ทั้งองค์แล้วยังได้เคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งอุโบสถเหรียญบาท จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และจะมีการปรับสถานที่มีสวนหย่อม ต้นไม้ร่มรื่น สภาพภูมิทรรศ อิงพุศาสนาและคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งจะเป็นสถานที่พักผ่อน ที่พุทธศาสนิกชน พาลูกหลานมามาไหว้พระ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพุทธศาสนา สถานที่ปฏิบัติธรรมและที่พึ่งทางใจตลอดไปในอนาคต” พระอาจารย์ อาทิตย์ กล่าว

สำหรับการติดเหรียญบาทได้ใช้กาวอย่างดี และใช้กาวยาแนวอย่างดียาทับอีกรอบ จากนั้นขัดเงาเหรียญและเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบเงา ซึ่งจะทำให้เหรียญคงทนยาวนาน ซึ่งขณะนี้เปิดให้พุทธศาสนิกชนร่วมบุญด้วยการนำเหรียญบาทมาติดเองด้วยมือคนละ 9 เหรียญ ในส่วนที่เหลือก็ถวายให้ทางวัดมอบให้ช่างทำการประดับ บางส่วนนำปัจจัยมาถวายเพื่อให้ทางวัดไปเปลี่ยนเป็นเหรียญ หรือบางคนโอนเงินมาบริจาค คิดเล่นๆว่า ถ้าได้รับบริจาคคนละ 1 บาท น่าจะติดได้ทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งจะเป็นสิ่งจารึกไว้ว่า ในสมัยหนึ่งได้ร่วมกันสร้างอุโบสถเหรียญบาทแห่งนี้ไว้ให้เป็นถาวรวัตถุสืบทอดไว้ให้ชนรุ่นหลัง เพราะในอนาคต เหรียญบาทก็คงมีค่ามหาศาล

“ในสมัยปัจจุบัน ศาสนากับเยาวชนห่างไกลกันมาก ดังนั้นเราชาวพุทธทั้งหลายต้องช่วยกัน ไม่ว่าด้านใดก็ตามที่จะทำให้เยาวชนชาวพุทธทั้งหลาย กลับมาสนใจ ศึกษาในหลักธรรมคำสั่งสอน ขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าให้มากเหมือนดังเดิม เพราะคำสั่งสอนของสมเด็จพระพุทธเจ้า สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน” พระอาจารย์อาทิตย์ กล่าว

สำหรับวัตถุมงคลที่ได้ปลุกเสกออกมา 1 รุ่น เพื่อมอบให้กับผู้ที่ได้ร่วมทำบุญในการสร้างอุโบสถ เป็นเนื้อสามกษัตริย์ ทอง เงิน นาค ผสมกันสวยงาม ด้านหน้าเป็นรูปพระสมเด็จทรงระฆัง ที่ฐานมีอักษรระบุว่า วัดบ้านทุ่งเคล็ด ส่วนด้านหลังเป็นคาถาชินบัญชร ที่เชื่อกันว่าทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง มีเมตตามหานิยม ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย และขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ

อุโบสถเหรียญกษาปณ์หนึ่งบาท วัดทุ่งเคล็ดแห่งนี้ จะเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้อย่างดียิ่ง อีกทั้งจะเป็นสถานที่พักผ่อนที่สำคัญ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในอนาคต ประวัติศาสตร์จากการจารึกครั้งนี้คงอยู่คู่กับชาติไทยตลอดไป

สำหรับพุทธสาสนิกชน จะร่วมบริจาคทรัพย์หรือเหรียญบาท สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ พระอาจารย์ พระสมุห์ อาทิตย์ 0857043117 หรือ นายประสบโชค ชนะภัย ไวยาวัจกร 0811981535 หรือโอนเงินร่วมทำบุญเข้าบัญชี วัดบ้านทุ่งเคล็ด บัญชีธนาคาร ธกส. ออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 020013550059

ที่มา>>>ข่าวสด